มิเคล อาร์เตต้า กับการเปลี่ยนความเชื่อของนักเตะไอ้ปืนใหญ่

ความเชื่อของอาร์เตต้า

ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เวลา 11.30 น. ในวันปีใหม่เมื่อ มิเคล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก เดินออกจากสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เขาขับรถออกจากสนามพร้อมกับภรรยาด้วยรอยยิ้ม อาร์เตต้า ไม่ใช่คนสุดท้ายที่เดินออกจากสนาม ปิแอร์ – เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอกทีมชาติกาบอง ยังคงอยู่พบปะกับครอบครัว และเพื่อน ๆของเขาตรงบริเวณประตูทางเข้าของผู้เล่น ขณะที่ ซามูเอล อุมติติ กองหลังชาวฝรั่งเศส ของ บาร์เซโลนา ในศึกลา ลีกา สเปน ก็เดินทางมาให้กำลังใจ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติด้วยเช่นเดียวกัน

บรรยากาศในทีม อาร์เซนอล เป็นไปในเชิงบวกอย่างชัดเจน สิ่งที่เห็นรอบๆ สโมสรหลังจากที่ได้รับชัยชนะเหนือ แมนฯยูไนเต็ด นั้นน่าประทับใจที่สุดในรอบหลายเดือน แน่นอนว่า มันเป็นส่วนผสมของความโล่งอกและความสุข แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ความรู้สึกมีรางวัลจากการทำงานหนักทั้งหมดในระยะเวลาอันสั้นภายใต้การคุมทีมของ อาร์เตต้า นับตั้งแต่เขามาถึงเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา อาร์เซนอล อาจรู้สึกผิดหวังในเกมที่เปิดบ้านพ่าย เชลซี 1-2 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากเกมนั้นจบลง อาร์เตต้า มีเพียงคำพูดในเชิงบวกสำหรับผู้เล่นของเขา โดยระบุว่า พวกเขาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว และไม่ว่ามันจะเจ็บแค่ไหนที่จะแพ้การแข่งขันเช่นนี้ พวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหนื่อยรับปีใหม่ เพื่อสร้างชัยชนะสู่สโมสร

นับตั้งแต่ อาร์เตต้า เข้ามาคุมทีมเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นักเตะ อาร์เซนอล แทบไม่มีวันหยุด พวกเขาใช้เวลาทำงานกับรูปแบบการเล่นโดยรวม และการจัดโซนเมื่อไม่มีลูกบอล ซึ่งงานที่หนักหน่วงกำลังเริ่มต้นแล้วและจะมีประโยชน์ในอนาคต อาร์เตต้า ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับตำแหน่งทางแท็คติค และรายละเอียดเล็กๆแต่สำคัญเช่นตำแหน่งของร่างกายผู้เล่น และวิสัยทัศน์ของพวกเขาเมื่อได้รับลูกบอล พวกเขาฝึกซ้อมการผ่านบอลตามเส้นทแยงมุมที่ยาวเพื่อเปลี่ยนจังหวะการเล่นเหมือนกับที่ ลิเวอร์พูล ชอบทำอีกด้วย ผู้เล่นของ อาร์เซนอล ได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเกี่ยวกับวิธีการเล่นที่จะดีขึ้น และแน่นอนมากขึ้นในช่วงการเปลี่ยนจังหวะทั้งในเชิงรุก และเชิงรับเพื่อหาพื้นที่เพิ่มเติม และใช้ประโยชน์จากมันได้ดีขึ้น เรื่องนี้เห็นได้ชัดในเกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

อาร์เตต้า ทำงานกับทีมของเขาอย่างหนักตลอดเวลา โดยในวันคริสต์มาสพวกเขาร่วมกันทานอาหารเช้าก่อนเวลา 8.00 น. ขณะที่ในวันแข่งขันกับ เชลซี พวกเขาเดินทางไปยังเอมิเรตส์ ก่อนเกมเป็นเวลา 45 นาทีเพื่อประชุมแท็คติคก่อนออกเดินทางไปที่โรงแรมของทีม มันเป็นการนำวามคิด และปรัชญาแบบใหม่มาใช้ที่ทัพ เดอะ กันเนอร์ส ขณะเดียวกัน ทีมสตาฟฟ์ของ อาร์เซนอล ทำการวิเคราะห์วิดีโอมากมายในสนามจากเกมที่ผ่านมา 3 นัด รวมไปถึงการฝึกซ้อม ซึ่ง อาร์เตต้า ต้องการสิ่งนี้มากเมื่อพูดถึงสิ่งที่เขาถามจากผู้เล่นของเขา และเขาต้องการให้ลูกทีมเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่า อาร์เตต้า จะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน แต่การเปลี่ยนแปลงที่ อาร์เซนอล นั้นชัดเจนที่จะมองเห็น และมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการก่อนหน้านี้ในยุคของ อูไน เอเมรี่ อดีตเทรนเนอร์ชาวสเปน ที่โดนปลดออกไป รูปแบบการเล่นมีความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นเกมรุก ยกตัวอย่างเช่นวิธีการเล่นที่ กรานิต ชาก้า กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ มักจะผ่านบอลยาวไปที่ริมเส้นฝั่งซ้ายให้กับ โอบาเมยอง วิ่งไปรับบอล และสร้างสรรค์เกม ขณะเดียวกัน อาร์เตต้า ยังทำงานร่วมกับ เมซุต โอซิล จอมทัพชาวเยอรมัน มากขึ้น เพราะเขาไม่เพียงต้องการให้เพลย์เมกเกอร์เป็นส่วนสำคัญในทีมของเขาเท่านั้น แต่เขายังเปลี่ยนตำแหน่งของ ดาวเตะวัย 29 ปี ด้วยการยืนเยื้องมาฝั่งขวาเมื่อ อาร์เซนอล เปิดเกมรุก

โอซิล เริ่มมีสภาพจิตใจกลับมาบวกอีกครั้ง

จิตใจโอซิล เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้น

ก่อนหน้านี้ โอซิล อาจไม่แน่ใจว่า อนาคตของเขากับสโมสรจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อ อาร์เตต้า มาถึง เขาดูมีความมั่นใจมากขึ้น และกลายเป็นผู้เล่นที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับนักเตะที่แฟน ๆ โห่ไล่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นไม่ได้มีในเชิงกลยุทธ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของจิตใจ อาร์เตต้า ชัดเจนมากตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับหน้าที่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาบอกว่า ทัศนคติของผู้เล่นแต่ละคนจะต้องสมบูรณ์แบบ เมื่อ อาร์เตต้า ได้รับการแต่งตั้ง ก่อนเกมกับ เอฟเวอร์ตัน เขาบอกกับลูกทีมใหม่ของเขาว่า เขาจะนั่งในอัฒจันทร์ที่สนามกูดิสัน ปาร์ค เพื่อดูทัศนคติ และความพยายามของพวกเขาทั้งจังหวะที่มีและไม่มีบอล และก่อนเกมแรกของเขากับ บอร์นมธ เขาบอกนักเตะ อาร์เซนอล อีกครั้งว่า ถ้าคุณไม่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับทีม คุณก็จะต้องออกจากทีมไป และไม่สำคัญว่าคุณเป็นใคร

โค้ชวัย 36 ปี ได้ยืนยันเกี่ยวกับพลังงาน และความมุ่งมั่นจากผู้เล่นของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสูญเสียการครอบครองบอล และใช้ความเข้มข้นระดับสูงเพื่อให้ลูกบอลกลับมาโดยเร็วที่สุด และก่อนแต่ละเกมจะเริ่มขึ้นผู้เล่นทุกคนจะต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อรวมพลัง หลังจากจบเกมกับ แมนฯยูไนเต็ด นั้น อาร์เตต้า บอกผู้เล่นของเขาว่า ให้ไปจับมือกับบรรดาแฟนบอล ซึ่งการร่วมมือกันของทุกส่วนภายในสโมสรนั้น เป็นสิ่งที่ เทรนเนอร์ “ไอ้ปืนใหญ่” ชื่นชอบอย่าง พวกเขาโจมตี และป้องกันด้วยกัน พวกเขาทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ในเวลานี้ นักเตะ อาร์เซนอล แสดงให้เห็นถึงความคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากในยุคของ เอเมรี่ ราวกับเขามีวิธีการเล่นที่ก้าวร้าวมากขึ้น ความเข้มข้นมากขึ้น และการวิ่งที่มากขึ้น เราจะเห็นสิ่งนั้นอย่างชัดเจนในสนาม

ทัศนคติเปลี่ยน ผลงานก็เปลี่ยนตาม

โค้ชชาวสเปน ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา ซึ่งอยู่ในกระบวนการจัดการคนของเขา เขาเรียกร้องมาก และต้องการให้ผู้เล่นของเขามอบทุกสิ่งทุกอย่างให้สโมสร และเขามีความน่าเชื่อถือ และเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง โจ วิลล็อค กองกลางดาวรุ่งของ อาร์เซนอล จะอธิบายว่า อาร์เตต้า เป็นคนเข้มงวด แต่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกทีม โดยนายใหญ่เลือดกระทิงดุ เรียกบรรดานักเตะซีเนียร์ในทีมอย่าง ชาก้า, โอซิล, โอบาเมยอง, เฮคเตอร์ เบเยริน แบ็คชาวสเปน และลากาแซ็ตต์ มาพูดคุยเพื่อให้แน่ใจว่า ข้อความของเขาได้รับการทำความเข้าใจและถ่ายทอดในทีมโดยผู้เล่นระดับสูง

นอกเหนือจากความแข็งแกร่งแล้ว อาร์เตต้า ยังใช้เวลาในการพูดคุยกับผู้เล่นที่ต้องการมันมากที่สุด เขาสามารถเรียกฟอร์มของ นิโกลาส์ เปเป้ ปีกทีมชาติไอโวรี่ โคสต์ ที่ย้ายมาจาก ลีลล์ ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา กลับมาได้ ในตอนเช้าก่อนเกมกับ แมนฯยูไนเต็ด ผู้เล่น อาร์เซนอล ถูกบอกอีกครั้งว่า ให้อยู่ที่สนามต่อเพื่อฝึกซ้อมอีกเล็กน้อยก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าไปที่โรงแรมเพื่อเตรียมการขั้นสุดท้าย กุนซือวัย 36 ปี ใช้เวลาพูดคุยกับ เปเป้ และถามดาวเตะ “ช้างดำ” ว่า เขารู้สึกอย่างไรบ้าง หลังการพูดคุยเสร็จสิ้น เปเป้ โชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการซัดประตูขึ้นนำในเกมกับ แมนฯยูไนเต็ด และแสดงความมั่นใจในการเล่นออกมาอย่างชัดเจน เขาต้องการทำให้ อาร์เตต้า ภูมิใจเช่นกัน และตอบแทนเจ้านายด้วยความไว้วางใจ อันที่จริงผู้เล่นของ อาร์เซนอล ทำให้ อาร์เตต้า ภูมิใจในวันนั้น โดยกุนซือ “เดอะ กันเนอร์ส” บอกพวกเขาอย่างนั้น เขาบอกพวกเขาด้วยว่า มันเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่พิเศษ

จิตใจนักเตะดีขึ้น หลังอาเตต้าเข้ามา