จัดอันดับ 5 กุนซือพรีเมียร์ลีกที่คุมทีมยาวนานที่สุดในปัจจุบัน

จัดอันดับ 5 กุนซือพรีเมียร์ลีกที่คุมทีมยาวนานที่สุดในปัจจุบัน

พรีเมียร์ลีกมีชื่อเสียงในฐานะลีกที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก แม้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ อาร์แซน เวนเกอร์ จะอยู่คุมทีมมานานหลายทศวรรษ แต่เหล่าผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกโดยเฉลี่ยแล้วมักอยู่คุมทีมได้เพียงสองฤดูกาล เมื่อเราก้าวไปสู่โครงสร้างที่เจ้าของสโมสรเน้นการตลาดมากเกินไปและไม่มีความอดทนกับฟุตบอลในยุคใหม่

ในปีนี้ทีมอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, คริสตัล พาเลซ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ต่างก็มุ่งหน้าเข้าหาผู้จัดการทีมคนใหม่ วัตฟอร์ด เพิ่งประกาศการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้ง โดยที่ เคลาดิโอ รานิเอรี เข้ามาแทนที่ ซิสโก้ มูนญอซ ในบทความนี้นี่คือ 5 อันดับผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกที่อยู่คุมทีมยาวนานที่สุดในปัจจุบัน

 

#5 มาร์เซโล่ บิเอลซ่า | ลีดส์ ยูไนเต็ด

#5 มาร์เซโล่ บิเอลซ่า _ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ลีดส์ ยูไนเต็ด รู้สึกแฮปปี้เมื่อพวกเขาสามารถโน้มน้าว มาร์เซโล่ บิเอลซ่า คุมถิ่นเอลแลนด์ โร้ด ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนติน่าคือผู้บุกเบิกปรัชญาฟุตบอลสมัยใหม่ โดดเด่นด้วยจังหวะและเทคนิค

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต่างมองว่าเขาเป็นพ่อทูนหัว บิเอลซ่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือลีดส์ในเดือนมิถุนายน 2018 เขาถูกยกให้เป็นตำนานของสโมสรจากการพาทัพยูงทองเลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุดในรอบ 16 ปี แล้วตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ติดมือและกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง

 

#4 แดเนี่ยล ฟาร์เก้ | นอริช ซิตี้

#4 แดเนี่ยล ฟาร์เก้ _ นอริช ซิตี้

ผู้จัดการทีมหลายคนไม่สามารถพูดได้ว่าพวกเขารอดจากการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเพียงเพื่อกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดในทันที นั่นคือความเชื่อมั่นอันยิ่งใหญ่ของ นอริช ซิตี้ ที่มีต่อ แดเนี่ยล ฟาร์เก้

เฮดโค้ชชาวเยอรมันเข้าคุมทีมในเดือนพฤษภาคม 2017 และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 14 ที่น่าผิดหวังในการแข่งขันเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ความศรัทธายังคงอยู่ในรูปแบบการเล่นที่เน้นเกมรุกของนอริช ซึ่งดาวเด่นของพวกเขาอย่าง เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย และ ตีมู ปุ๊กกี้ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์

พวกเขาพบว่าชีวิตในพรีเมียร์ลีกยากขึ้นมากเมื่อจบด้วยตำแหน่งบ๊วยในลีกสูงสุดของในปี 2019 แต่พวกเขากลับมาแข็งแกร่งขึ้นด้วยการคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2020-21 ตอนนี้ในสัญญา 4 ปี ฟาร์เก้ หวังแก้ตัวอีกครั้งในปีนี้

 

#3 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า | แมนเชสเตอร์ ซิตี้

#3 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า _ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

การปฏิวัติของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือการดึงซูเปอร์โค้ชสมัยใหม่อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในปี 2016 ด้วยความคาดหวังที่จะครองความยิ่งใหญ่ในอังกฤษและยุโรป

เขาใช้เวลาหนึ่งฤดูกาลเพื่อปรับแท็คติกติกี้ตาก้าให้เข้ากับพรีเมียร์ลีก จากนั้น กวาร์ดิโอล่า จึงดำเนินการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการที่ดีของฟุตบอลอีกครั้งด้วยการยืนตำแหน่งที่เชี่ยวชาญ เขาปั้นซูเปอร์สตาร์อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เอแดร์ซอน จนถึง รูเบน ดิอาส

จนถึงตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว 3 สมัย, ลีก คัพ 4 สมัย และ เอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย อย่างไรก็ตาม กวาร์ดิโอล่า ออกมาเปรยว่าฤดูกาลหน้าอาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาแล้ว การดำรงตำแหน่งของเขาน่าจะอยู่ได้เกือบ 6 ปี ซึ่งยาวนานที่สุดของเขาในทุกสโมสร

 

#2 เยอร์เก้น คล็อปป์ | ลิเวอร์พูล

#2 เยอร์เก้น คล็อปป์ _ ลิเวอร์พูล

เยอร์เก้น คล็อปป์ สร้างชื่อเสียงระดับโลกกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนจะโยกมาคุม ลิเวอร์พูล เขาก้าวมาเป็นตำนานของแอนฟิลด์เมื่อช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีก หลังจากที่สโมสรเฝ้ารอมานาน 30 ปี

ด้วยความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จและพลังงานในการคว้าชัยชนะ คล็อปป์ คือผู้กำหนดยุคสมัยของผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลและพรีเมียร์ลีก ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เขาได้รับการแต่งตั้งในปี 2015 เขาได้เผยแพร่แพสชั่นและความตื่นเต้นผ่านทีมที่มีหัวใจและคาแร็กเตอร์อันยิ่งใหญ่ของเขา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ได้พัฒนาจากผู้เล่นที่มีแนวโน้มจะเป็นซูเปอร์สตาร์

 

#1 ฌอน ไดช์

#1 ฌอน ไดช์

ฌอน ไดช์ อยู่ที่ เบิร์นลี่ย์ มาเกือบจะครบทศวรรษแล้วหลังจากคุมทัพมาตั้งแต่ปี 2012 เขาทำให้ เบิร์นลี่ย์ เป็นก้างที่กลืนได้ยากเมื่อเจอกับทีมใหญ่ด้วยสไตล์ฟุตบอลแบบโบราณซึ่งเป็นของแสลงให้กับหลายทีม ๆ ที่น่าเซอร์ไพรส์ไปกว่านั้นคือ ไดช์ ยังพา เบิร์นลี่ย์ เข้าไปเล่นยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก ในปี 2018-19 อีกด้วย แม้จะไม่สามารถเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มได้ก็ตาม

เขาทำทั้งหมดนี้ด้วยงบประมาณที่จำกัด ไดช์ เป็นหนึ่งในผู้มีความสามารถด้านการบริหารที่ได้รับการยกย่องและโดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย