ทำไม วินิซิอุส จูเนียร์ ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือฟันเฟืองสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด?

ทำไม วินิซิอุส จูเนียร์ ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือฟันเฟืองสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด?

คาร์โล อันเชล็อตติ ย้ายกลับมาคุมทีม เรอัล มาดริด อีกครั้งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา มันรู้สึกเหมือนการก้าวถอยหลังมากกว่า เมื่อสิ่งที่สโมสรต้องการคือการพัฒนา

อย่างไรก็ตามหลังจากพลาดได้ตัว มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ซึ่งกลับไป ยูเวนตุส ในเวลาเดียวกัน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรก็ได้เสนอบทบาทเป็นเฮดโค้ชให้กับ อันเชล็อตติ ซึ่งเขาเคยถูกไล่ออกในปี 2015 หลังจากที่โดน บาร์เซโลน่า ชิงคว้า 3 แชมป์

อันเชล็อตติ ออกจาก เอฟเวอร์ตัน ที่อยู่อันดับ 10 ในพรีเมียร์ลีก และรู้สึกประหลาดใจกับโอกาสที่ได้กลับมาอยู่ที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว “ผมได้รับโอกาสที่ไม่คาดคิด” นายใหญ่ชาวอิตาเลียนกล่าว

ทำไม วินิซิอุส จูเนียร์ ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือฟันเฟืองสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด?

ภายนอกดูเหมือนเป็นความผิดพลาด เปเรซ เองก็เชื่อว่าเขาเร่งรีบในการไล่ อันเชล็อตติ เมื่อ 6 ปีก่อน ต้องการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาจึงเลือกคนที่เขาไว้ใจได้และมีมือที่ปลอดภัย

มันอาจจะไม่ใช่การแต่งตั้งที่น่าตื่นเต้นที่สุด แต่ภายในเวลาไม่กี่เดือน อันเชล็อตติ ได้เปลี่ยน มาดริด ให้เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในสเปนและปลดล็อค วินิซิอุส จูเนียร์ กลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นในทันตาอีกด้วย

วินิซิอุส เปลี่ยนจากตัวตลกกลายเป็นฮีโร่ภายใต้การคุมทีมของ อันเชล็อตติ ไม่มีใครสามารถปฏิเสธศักยภาพของเขาได้ แต่จนถึงฤดูกาลนี้ความไม่คงเส้นคงวากลายเป็นดาบสองคมมาครั้งแล้วครั้งเล่า

เหลือเวลาอีกเพียง 3 นาทีในเกมที่พบกับ เซบีญ่า ในลาลีกาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วินิซิอุส ทำประตูให้ มาดริด เอาชนะไปได้ 2-1 ทำให้พวกเขาทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด และ เรอัล โซเซียดัด 4 แต้ม รั้งจ่าฝูงอย่างสง่างาม

ทำไม วินิซิอุส จูเนียร์ ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือฟันเฟืองสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด?

มันเป็นประตูที่ 9 ในลีกของเขาในฤดูกาลนี้ ทำให้เขาเป็นดาวซัลโวอันดับสองในลีกรองจาก คาริม เบนเซม่า เพื่อนร่วมทีมเท่านั้น และไม่มีจุดโทษแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้ยังหมายความว่าเขายิงได้มากกว่าใน 3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้รวมกันด้วยซ้ำ

“วันนี้ วินิซิอุส แสดงให้เห็นคุณสมบัติที่ผมไม่คิดว่าเขาเคยแสดงมาก่อน มันเป็นอีกก้าวหนึ่งที่เขาก้าวไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้ดีที่สุดในโลก สิ่งสำคัญคือเขามุ่งเน้นไปที่ความมีประสิทธิภาพ เมื่อโอกาสมาถึง คุณต้องคว้ามันไว้” อันเชล็อตติ กล่าว

การพัฒนาอย่างกะทันหันของเขาเป็นการตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในบาร์เซโลน่า ซึ่งเขาอาจเข้าร่วมทีมในปี 2018 แทนเช่นกัน เมื่อยักษ์ใหญ่จากกาตาลันแสดงความสนใจในตัวอดีตแนวรุกของ ฟลาเมงโก้ แต่เอเยนต์ของเขาเกลี้ยกล่อมเขาให้ย้ายไป มาดริด ด้วยเงินค่าตัว 45 ล้านยูโรแทน

ทำไม วินิซิอุส จูเนียร์ ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือฟันเฟืองสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด?

บางทีมันอาจจะมาเร็วเกินไป เมื่อ วินิซิอุส ก้าวขึ้นมาเพื่อทดแทน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่ตอนนี้เขาเติบโตเต็มที่และภายใต้การคุมทีมของ อันเชล็อตติ ก็น่าประทับใจยิ่งขึ้น ขณะที่ เบนเซม่า ที่เป็นเดอะแบกเมื่อฤดูกาลที่แล้วตอนนี้กลายเป็นคู่หูที่เขาสามารถพึ่งพาได้

ที่จริง มาดริด เกือบจะปฏิเสธการพึ่งพา วินิซิอุส แล้วในช่วงซัมเมอร์เมื่อพวกเขาพยายามเซ็นสัญญากับ คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ตอนนี้หากกองหน้าชาวฝรั่งเศสเข้าร่วมทีมในซัมเมอร์หน้า ดูเหมือนว่าเขาจะเล่นร่วมกับ วินิซิอุส แทนที่จะมาทดแทนมากกว่า

ผลงานของเขาในศึกเอล กลาซิโก้ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่ง วินิซิอุส หลอกหลอน ออสการ์ มินเกซ่า ช่วยให้ มาดริด เอาชนะ 2-1 ที่คัมป์ นู ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเราอาจตั้วงคำถามถึง โรนัลด์ คูมัน ที่ตอนนี้ถูกไล่ออกแล้วก็ตาม

ทำไม วินิซิอุส จูเนียร์ ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ คือฟันเฟืองสำคัญสำหรับ เรอัล มาดริด?

มันจะเพียงพอหรือไม่ที่จะช่วยให้ เรอัล มาดริด ลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อต้องต่อสู้กับ บาเยิร์น มิวนิค, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอีกหลายสโมสร ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ด้วย วินิซิอุส ที่ฟอร์มยอดเยี่ยม มันคงไม่มีแนวรับคนไหนอยากจะรับมือกับเขามากนักในเวลานี้

ฤดูกาลที่แล้ว เชลซี เอาชนะ มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก แต่นั่น เบนเซม่า ต้องแบกทีม ในขณะที่ วินิซิอุส ฟอร์มไม่เปรี้ยงแบบนี้ และ เอแด็ง อาซาร์ ก็น่าผิดหวังมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามในขณะที่แฟนบอลมาดริดเลิกคาดหวังอะไรจากดาวเตะเบลเยียมไปแล้ว พวกเขากำลังสนุกสนานกับการเกิดขึ้นของ วินิซิอุส

เกมที่ยากลำบากรออยู่ข้างหน้า แต่ อันเชล็อตติ และลูกรักคนใหม่ของเขาได้ท้าทายความคาดหวังในฤดูกาลนี้ และช่วยให้ มาดริด เข้าสู่ช่วงหน้าหนาวด้วยขวัญกำลังใจและความทะเยอทะยานอันสูงส่ง