ทำไม ? อันเชล็อตติ ถึงโดนปลดจากตำแหน่งกุนซือนาโปลี

ทำไม อันเชล็อตติ ถึงจะโดนปลด

การตัดสินใจของ ออเรลิโอ เดอ ลอเรนติส เจ้าของสโมสร นาโปลี ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ที่ไล่ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาลี ออกจากตำแหน่งไม่ถึงชั่วโมงหลังพาทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จนั้น หลายคนสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่… ? อันเชล็อตติ ออกจาก นาโปลี หลังจากเข้ามาคุมทีมได้ 16 เดือน และในปีที่ผ่านมา เขาพาพลพรรค “อัซซูร่า” จบอันดับ 2 ในลีก แต่ไม่สามารถพาทีมเข้าไปเล่น ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แม้จะจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการมีคะแนนเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่พวกเขาเป็นรองเรื่องผลต่างประตู

ในฤดูกาลนี้ นาโปฃี ภายใต้การคุมทัพของ อันเชล็อตติ ผลงานในลีกไม่ดีเท่าที่ควร พวกเขามีแต้มตามหลัง อินเตอร์ มิลาน ทีมจ่าฝูงมากถึง 18 คะแนน หลังผ่านไป 17 เกม และมีแต้มตามหลัง โรม่า ทีมอันดับ 4 ในพื้นที่อันดับยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ถึง 11 คะแนน ขณะเดียวกัน หลายคนมองว่า อันเชล็อตติ ถูกไล่ออก เพราะ เดอ ลอเรนติส ให้ความสำคัญกับการคว้าแชมป์ลีกมากขึ้น และสูญเสียความเชื่อมั่นในความสามารถของ อดีตเทรนเนอร์ เชลซี และ เรอัล มาดริด ที่จะพลิกสถานการณ์ในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลัก 2 เหตุผลต่อไปนี้ น่าจะเป็นฉนวนสำคัญที่สุดในการไล่ อันเชล็อตติ ออกจากตำแหน่ง โดยสิ่งแรกคือ สถานการณ์ของสัญญาผู้เล่นทีมชุดแรกจำนวนหนึ่ง อย่าง โฆเซ่ กาเยฆ่อน ปีกชาวสเปน และดรีส์ เมอร์เท่นส์ กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยม กำลังจะหมดลงในเดือนมิถุนายนปีหน้า และยังไม่มีความชัดเจน

นอกจากนี้ บรรดานักเตะตัวหลักอย่าง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ดาวยิงโปแลนด์, คาลิดู คูลิบาลี กองหลังเซเนกัล, อัลลัน ห้องเครื่องแซมบ้า, ปิโอเตร เซียลินสกี้ กองกลางดาวรุ่ง และเอลซิด ไฮซาจ แบ็คชาวแอลเบเนีย ก็จะหมดสัญญาในปี 2021 ด้วยเช่นกัน ในฤดูร้อนที่ผ่านมา นาโปลี เป็นทีมที่จ่ายค่าแรงนักเตะสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ในเซเรีย อา แต่หากพวกเขาทำกำไรได้ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา มันก็สามารถควบคุมปัญหาด้านการเงินได้ และการต่อสัญญากับนักเตะตัวหลักที่มีค่าเหนื่อยสูงนั้น ก็จะไม่มีปัญหา ความหวังของ นาโปลี ก็คือ การโชว์ฟอร์มที่แข็งแกร่งภายในประเทศ และการทำผลงานให้ดีในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนี้ แต่เหมือนปัญหาทุกอย่างกำลังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เมื่อบรรดาผู้เล่นตั้งใจที่จะก่อกบฏ

ออเรลิโอ เดอ ลอเรนติส เจ้าของนาโปลี

ถ้าสโมสรไม่จัดการบางอย่าง อาจเกิดปัญหาบานปลาย

ย้อนกลับไปดูบ้านผลบอลเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจาก นาโปลี บุกไปพ่าย โรม่า 2-1 นั้น เดอ ลอเรนติส ได้มีคำสั่งให้ทุกคนในทีมเข้าแคมป์ฝึกซ้อมยาว 5 วัน หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ แต่ อันเชล็อตติ ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในทีมดีขึ้น ในเกมยุโรปนัดถัดมาหลังจากที่ นาโปลี เปิดบ้านเสมอกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 1-1 บรรดาแข้ง “อัซซูร่า” ตั้งใจก่อกบฏด้วยการปฏิเสธที่จะกลับไปที่สนามซ้อม และกลับบ้านทันที โดยปล่อยให้ อันเชล็อตติ และทีมสตาฟฟ์ของเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนที่สนามฝึกซ้อม ซึ่งทำให้ เดอ ลอเรนติส โมโหอย่างหนัก เพราะลูกชายของเขาที่ทำงานในสโมสรต้องทนกับการทะเลาะกับผู้เล่นบางคน

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เดอ ลอเรนติส ออกคำสั่งให้นักเตะกลับไปที่สนามซ้อมอีกครั้ง และเขารู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้การเคารพจากผู้เล่นอีกแล้ว และเขายังเชื่อว่า อันเชล็อตติ ควรใช้ไม้แข็งกับลูกทีมให้มากกว่านี้ เพื่อทำให้นักเตะ นาโปลี ทำตามคำสั่ง ปัจจัยที่ 2 คือ ด้านการเงิน หากเรามองในแง่ของธุรกิจอย่างง่ายๆก็จะเห็นว่า การกระจายรายได้ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันอาจดูซับซ้อน และวุ่นวาย แต่เพียงคุณสามารถเข้าไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จนั้น เงินก้อนโตก็จะไหลเข้ามา นาโปลี อยากจะหารายได้ระหว่าง 50-60 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล แต่มันขึ้นอยู่กับผลงานของพวกเขา และทีมอื่น ๆ ในอิตาลีด้วยเข่นกัน แน่นอนว่า พวกเขาสามารถสร้างรายได้มากขึ้น และมันอาจสูงถึง 120 ล้านปอนด์ต่อปี แต่มันก็ต้องดูว่า พวกเขาสามารถเข้าสู่รอบลึกๆในฟุตบอลยุโรปได้หรือไม่ ?

ก่อนหน้านี้ นาโปลีคาดหวังว่าโอกาสที่จะได้ไปสู่รอบลึกๆในฟุตบอลยุโรปนั้น ขึ้นอยู่กับการทำงานของ อันเชล็อตติ เพราะไม่มีกุนซือคนใดคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้มากกว่าที่เขาเคยทำมาอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม พวกเขากลัวว่า จะไม่มีเงินพอที่จะลงทุนเพื่อไปเล่นในยุโรปฤดูกาลหน้า เพราะปัจจุบันอันดับของพวกเขาไม่ได้เข้าใกล้โควต้าเลย ชณะเดียวกัน นาโปลี กำลังสูญเสียศรัทธาในความสามารถของอดีตนายใหญ่เชลซี ในการลดช่องว่างคะแนนจากทีมจ่าฝูง และพาทีมไปอยู่ใน 4 อันดับแรกหลังจบฤดูกาล และคิดว่า พวกเขามีโอกาสที่ดีกว่าในการทำเช่นนี้กับการแต่งตั้ง เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เข้ามาคุมทีมเมื่อ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

ดังนั้น นาโปลี จึงเปลี่ยนเป็นการวิเคราะห์ต้นทุน และผลประโยชน์ เพราะคิดว่า ตัวเองอาจไม่ได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลถัดไป ซึ่งพวกเขาจะสูญเสียรายได้ประมาณ 35 ล้านปอนด์ หรือราว ๆ นั้น และอาจขยับไปถึง 60 ล้านปอนด์ หากผ่านเข้าไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นั่นคือประเด็นสำคัญในการให้เหตุผลของ นาโปลี โดย เดอ ลอเรนติส เป็นคนที่มีสีสันในการให้สัมภาษณ์ แต่เขารู้ดีว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาพยายามสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมอย่างแท้จริงในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

กัตตูโช่ ผู้อาจมาคุมนาโปลีแทนอันเชล็อตติ

เดอ ลอเรนติส มีความทะเยอทยานไม่แพ้ใคร

ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา นาโปลี มีการใช้จ่ายสุทธิสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในเซเรีย อา เพื่อนำ คอสตาส มาโนลาส กองหลังชาวกรีซ,อเล็กซ์ เมเรต์ โกล์ดาวรุ่ง, โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ แบ็คขาวชาวอิตาลี และ เออร์วิง โลซาโน่ ปีกทีมชาติเม็กซิโก มาร่วมทีม เดอ ลอเรนติส มีความทะเยอทะยานเช่นเดียวกับ อันเชล็อตติ โดยประธาน นาโปลี เคยให้สัมภาษณ์ถึงจุดมุ่งหมายของเขาว่า “เราอยู่ที่นี่เพื่อคว้าแชมป์ เราไม่ใช้เด็กน้อยมาเล่นขายของ และเราจะคว้าแชมป์ได้” ซึ่งการจบท็อปโฟร์ มันคงไม่เพียงพอต่อความคาดหวังของเขา ขณะเดียวกัน เรื่องนักเตะก่อกบฏก็เป็นสิ่งที่นาโปลีต้องรีบแก้ไข เช่นเดียวกับเรื่องการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับผู้เล่นที่ต้องการย้ายออกจากสโมสรอย่าง อัลลัน และ คูลิบาลี่ ที่คาดว่าจะมีค่าตัวรวมกันไม่น้อยกว่า 120 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ นาโปลี อาจจะไม่ได้รับอะไรเลยสำหรับกรณีของ กาเยฆ่อน และ เมอร์เท่นส์ ที่กำลังจะหมดสัญญาในซัมเมอร์หน้า เว้นแต่คุณจะขายพวกเขาทันทีในเดือนมกราคม(ซึ่งมันก็มีโอกาสเป็นไปได้) แต่คงไม่มีทางได้ค่าตัวพวกเขาเกิน 30 ล้านปอนด์ อย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องมีผู้จัดการทีมที่มีรายรับ 9-10 ล้านปอนด์ต่อปี แลมันอาจเป็นทางเลือกที่ดีในการปลด อันเชล็อตติ ที่มีค่าจ้างมหาศาลออกจากตำแหน่ง พร้อมกับจ่ายค่าชดเชิย 5 ล้านปอนด์ และนำเงินไปจ้าง กัตตูโซ่ ที่มีค่าเหนื่อยถูกกว่าถึง 4 เท่า

ธุรกิจฟุตบอล เติบโตพร้อมอันดับในตารางเสมอ

ผลลัพธ์นั้นน่าผิดหวังใน เซเรีย อา และฟอร์มการเล่นของนักเตะที่ตกลงอย่างน่าใจหาย หากคุณเป็นเจ้าของสโมสรมันก็น่าสนใจว่า คุณจะแก้ปัญหาอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผู้เล่นก่อกบฏ ซึ่ง เดอ ลอเรนติจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เล่นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แม้ในไม่ได้ช่วยอะไรมากก็ตาม ในเวลานี้ นาโปลีกำลังเจอปัญหาหลายอย่างรอบๆสโมสร อาทิ นักเตะไม่แน่ใจในอนาคตของตัวเอง และผู้เล่นที่กำลังจะหมดสัญญายังไม่ถูกเรียกพูดคุย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่ อันเชล็อตติ อาจคิดว่า ดีแล้วที่เขาโดนปลดจากตำแหน่ง อันเชล็อตติ เป็นกุนซือชื่อดัง และ เดอ ลอเรนติส สามารถทำข้อตกลงเพื่อเก็บเขาไว้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาล ซึ่งอาจทำให้ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยน อาจพา นาโปลี เข้าไปสู่รอบลึกๆในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้

แน่นอนว่า นาโปลี ไม่เคยจะเป็นตัวเต็งในฟุตบอลยุโรป แต่สโมสรอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, โรมา และโมนาโก ต่างก็มาถึงรอบรองชนะเลิศในช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา และ “อัซซูร่า” ก็สามารถทำได้ในแบบเดียวกัน ฟุตบอลเป็นธุรกิจ และ เดอ ลอเรนติส ตัดสินใจทางธุรกิจ แต่มันไม่ได้หมายความว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเมื่อมันถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ความรู้สึกบางส่วนแล้วนั้น มันไม่ใช่การตัดสินใจทางธุรกิจอย่างหมดจด และเนื่องจากฟุตบอลเป็นมากกว่าการวิเคราะห์ต้นทุน และผลประโยชน์ ซึ่งเขาจะต้องเตรียมรับมือกับทางที่ตัวเองเลือก