ผู้นำหลากสไตล์ในทีมอาร์เซนอล ที่ทุกคนจดจำได้

อดีตกัปตันปืนหน้าแก่ แต่มากฝีมือ Tony Adams

โทนี่ อดัมส์

ตำนานกัปตันทีมรายนี้ เป็นกองหลังที่มีชั้นเชิงในการเล่นที่เก่ง มีความแข็งแกร่งอย่างมากในการชนปะทะ แต่ก็ยังมีการเล่นแบบใช้มองให้เห็น เขาเป็นที่วางใจได้ในการเล่นเกมรับ แม้จะไม่ได้มีความเด่นในเรื่องการเติมเกมบุกขึ้นไปช่วยลุ้นในการพังประตู แต่เขาเองก็คือนักเตะที่สามารถไว้วางใจได้ในเรื่องการเล่นเกมรับ นักเตะเกมรุกรายอื่นๆนั้นสามารถเปิดเกมบุกได้อย่างเต็มที่เลย

ปาทริค วิเอรา

เจ้าตัวเคยผ่านช่วงเวลาอันชื่นมื่นในการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 มาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ วิเอรา ไปล้มเหลวในการเล่นที่กัลโช่เซเรียอากับทีม เอซี มิลาน จนกระทั่งว่า อาร์แซน เวงเกอร์ ที่ถูกใจฟอร์มของเขานั้นก็ได้ดึงตัววิเอรามาเล่นในทีมอาร์เซนอล มิดฟิลด์รายนี้มีความครบเครื่องทั้งในเรื่องการบงการเกม เล่นได้ดีทั้งเกมรุก เกมรับ แข็งแกร่ง ปะทะแย่งบอลได้หนักหน่วง และแน่นอนว่านี่คือกองหลังที่สานต่อปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก โทนี อดัมส์ ได้อย่างยิ่งใหญ่ เขาคือกองกลางกัปตันชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบ “ไร้พ่าย” ซึ่งเป็นแชมป์ลีกครั้งสุดท้ายของอาร์เซนอลก่อนที่เขาจะอำลาทีมไปในปี 2005

เธียร์รี อองรี ยอดปีกที่เป็นหนึ่งในนักเตะทำประตูมากสุดในทัพปืน

เธียร์รี อองรี

มาถึงนักเตะที่แฟนบอลอาร์เซนอลหลายๆคนให้ความชื่นชอบและรู้สึกผูกพันกันมากที่สุดอีกคนหนึ่งกันหน่อย นักเตะรายนี้คือยอดดาวยิงระดับตำนานที่มีสถิติยิงประตูได้มากที่สุดตลอดกาลของสโมสรเลยทีเดียว อองรี คือสไตรเกอร์ที่ เวงเกอร์ จับมาพัฒนาการเล่นจากการเป็นปีกซ้าย ให้รับบทเป็นกองหน้าตัวปิดสกอร์ที่เฉียบขาดที่สุดเท่าที่พรีเมียร์ลีกเคยมีมาเลยทีเดียว ดาวยิงรายนี้สานต่อปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อจากตัวของ วิเอร่า ที่อำลาทีมไปเล่นกับยูเวนตุส ซึ่งผลงานในช่วงที่ “พี่ห้อย” คาดปลอกแขนกัปตันทีมนั้น อองรี ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์รายการไหนได้เลย จนสุดท้ายนั้น เจ้าตัวก็ได้คาดปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอลแค่ 2 ปีเท่านั้นก็อำลาทีมไปเล่นให้กับบาร์เซโลนาในปี 2007 ซึ่งการเล่นให้กับบาร์ซ่านั้น มันเป็นการทำให้ตำนานกองหน้าของอาร์เซนอลรายนี้ เติมเต็มความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้สำเร็จ

วิลเลียม กัลลาส

เป็นกองหลังที่แปลกประหลาดมากทีเดียว เพราะเขาใส่เสื้อหมายเลข 10 ลงเล่นให้กับอาร์เซนอลทั้งๆที่เป็นกองหลัง แต่ก็ต้องยอมรับว่า กัลลาสก็ไม่ได้เป็นนักเตะที่แฟนบอลรักมากเท่าไหร่ เขาเคยมีปัญหากับแฟนบอลและมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมบ่อยครั้งจนสุดท้ายนั้น ก็แทบจะไม่มีใครอยากจดจำตัวของเขาในฐานะกองหลังในตำนานของทีมเท่าไหร่เลยจริงๆ

เชส ฟาเบรกัส

จอมทัพดาวดังชาวสเปนรายนี้ โดนดึงตัวมาจากบาร์เซโลนาในฐานะมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่มีศักยภาพมากที่สุดในเวลานั้นเลยทีเดียว เชส เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ทีเด็ดบอล ของกัปตันรายนี้ คือมีความสามารถในการครองบอล ขับเคลื่อนเกมรุกจากตรงกลาง แถมยังจ่ายบอลได้คมกริบโดยเฉพาะกับลูกคิลเลอร์พาส และนอกจากนี้ เชส ยังสามารถเติมเกมบุกขึ้นไปพังประตูด้วยตัวเองได้บ่อยครั้งอีกด้วย เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอล และยังได้สืบทอดเสื้อหมายเลข 4 ที่เป็นสมบัติชิ้นเดิมของ ปาทริค วิเอรา ตำนานมิดฟิลด์รุ่นพี่ผู้เป็นอดีตกัปตันทีมอาร์เซนอลมาสวมใส่ แต่น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาที่เขาเป็นนักเตะอาร์เซนอลและคาดปลอกแขนกัปตันทีมนั้นมันสั้นเหลือเกิน เพราะในปี 2011 เขาก็สละเสื้อหมายเลข 4 และปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอล เพื่อกลับไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่าแทน

โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ คราบกัปตันทีมอาร์เซน่อล

โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์

RVP คือกองหน้าที่มีเท้าซ้ายทรงพลังที่สุดคนหนึ่งของปืนใหญ่ เขาพัฒนาจากการเป็นปีกซ้ายที่เล่นบอลเป็นแต่เท้าซ้ายข้างเดียวให้กลายเป็นนักเตะถนัดสองเท้า ที่ยิงบอลเข้าข้อได้น่ากลัว เขาสามารถวางเท้าซัดบอลเต็มแรง ส่งบอลพุ่งวาบเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างเด็ดขาดเลยทีเดียว ศูนย์หน้าชาวดัตช์รายนี้ สานต่อตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อจาก เชส ฟาเบรกัส ที่ย้ายจากทีมไปในปี 2011 แต่ทว่าไม่รู้ตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซนอลมีอาถรรพ์หรือไม่ เพราะหลังจากที่เชสอำลาทีมไปแค่ 1 ปี ก็เป็นตัวของ ฟาน เพอร์ซีย์ ที่อำลาทีมไปอีกราย โดยย้ายไปเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2012

โธมัส แฟร์มาเล่น

หลังจากที่ RVP อำลาทีมไปนั้น ทางเวงเกอร์ก็ส่งมอบตำแหน่งกัปตันทีมให้กับ โธมัส แฟร์มาเล่น กองหลังชาวเบลเยียมที่เป็นนักเตะซ้ายหนักแบบเดียวกับ RVP ที่ย้ายออกจากทีมไป แต่เหมือนว่ากองหลังจอมแกร่งรายนี้จะเหมือน ฟาน เพอร์ซีย์ ทั้งเรื่องเท้าข้างถนัด พลังในการเตะ รวมถึงอาการ “กระดูกยุง” อดีตกองหลังอาแจ็กซ์รายนี้ บาดเจ็บบ่อยครั้งจนไม่ค่อยได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องเท่าไหร่นัก จนสุดท้ายในปี 2014 เจ้าตัวก็โดนความหน้ามืดของสโมสรบาร์เซโลนา มาดึงตัวไปเล่นเพื่อสร้างทีมใหม่หลังจากที่ทีมล้มเหลวอย่างหนัก