มันหมดเวลาแล้วหรือยังสำหรับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในทีมลิเวอร์พูล?

มันหมดเวลาแล้วหรือยังสำหรับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในทีมลิเวอร์พูล?

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น่าจะรู้สถานการณ์ของตัวเอง เกมเจอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คือโอกาสสำหรับเขาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่มันเป็นเพียงอีกโอกาสที่สูญเปล่า มันอาจฟังดูโหดร้ายแต่ก็เป็นแบบนั้น

“มันสมเหตุสมผลแล้วที่เขาลงเป็นตัวจริง” เยอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวก่อนเกม มันเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจากการที่ เคอร์ติส โจนส์, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี้ เกอิต้า และ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ ติอาโก้ อัลคันทาร่า เพิ่งหายจากอาการเจ็บที่น่อง แต่เจ้านายหงส์แดงก็พอใจกับสิ่งที่เขาเห็นจาก อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในเกมที่เจอกับ แอตเลติโก้ มาดริด เมื่อกลางสัปดาห์ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจส่งเขาให้ลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

มันไม่ได้ผล ลิเวอร์พูล เจอกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน แต่การพักเบรคทีมชาติอาจมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมซึ่งทีมหงส์แดงดูอ่อนล้าใน 2 เกมหลังสุดในลีก โดยเสียไป 5 ประตูและทำคะแนนหล่นไป 5 แต้ม สำหรับทีมที่มีความทะเยอทะยานในการคว้าแชมป์อย่างแท้จริง ช่วงเวลา 10 วันที่ผ่านมานั้นยังไม่ดีพอ

การได้ผู้เล่นกลับมาจะช่วยได้อย่างแน่นอน คล็อปป์ จะมี โจนส์ พร้อมสำหรับเกมเยือน อาร์เซนอล ในวันที่ 20 พฤศจิกายน และเขาเปรยว่า เจมส์ มิลเนอร์ และ นาบี้ เกอิต้า คนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่ก็จะฟิตเช่นกัน แต่มันเป็นข่าวร้ายสำหรับ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แล้ว และมันรุนแรงเกินไปไหมที่จะบอกว่าเวลาของดาวเตะวัย 28 ปีที่แอนฟิลด์กำลังจะหมดลงแล้ว?

มันหมดเวลาแล้วหรือยังสำหรับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในทีมลิเวอร์พูล?

ปกติแล้วนี่คงเป็นเวลาที่เขาและสโมสรกำลังคิดเรื่องสัญญาฉบับใหม่ สัญญาปัจจุบันของเขาจะหมดอายุเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลหน้า แต่มีสัญญาณการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ลิเวอร์พูล ไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้อะไรจาก อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เมื่อเขาลงเล่น และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ไม่รู้ว่าเขาจะลงเล่นเมื่อไหร่หรือบ่อยแค่ไหน ฟังดูโหดร้าย แต่ถ้าทุกคนฟิต ถือว่าสำคัญ เขาอาจจะเป็นมิดฟิลด์ตัวเลือกที่ 8 ของคล็อปป์ และเป็นคนที่ดูเหมาะสมน้อยที่สุดกับเกมที่ลิเวอร์พูลพยายามจะเอาชนะ

ในเกมที่เจอกับ เวสต์แฮม ในบรรดานักเตะที่ลงเป็นตัวจริงให้หงส์แดง มีเพียง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เท่านั้นที่มีอัตราการจ่ายบอลสำเร็จที่ต่ำกว่า และไม่มีผู้เล่นคนใดสามารถครองบอลได้น้อยกว่านี้แล้ว

อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พร้อมด้วย ฟาบินโญ่ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน รวมถึง โจเอล มาติป มีส่วนสำหรับประตูที่สองของ เวสต์แฮม โดยไม่สามารถหยุด จาร์ร็อด โบเว่น ที่เลี้ยงบอลผ่านกลางสนามเพื่อจ่ายบอล ปาโบล ฟอร์นัลส์ ได้ โดยที่ คล็อปป์ ยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เสียบอลมากเกินไป และผิดหวังที่ทีมของเขาขาดความอดทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตอนที่เกมเสมอกันที่ 1-1

มันหมดเวลาแล้วหรือยังสำหรับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในทีมลิเวอร์พูล?

ลิเวอร์พูล คงจะเสียใจที่ไม่สามารถเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์รายใหม่มาทดแทน จินี่ ไวจ์นัลดุม ได้ในซัมเมอร์ และความรู้สึกนั้นมีมากขึ้นในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของฤดูกาล หา คล็อปป์ หวังว่าคนอื่น ๆ จะสามารถก้าวขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างที่ดาวเตะชาวดัตช์ทิ้งไว้ แสดงว่าเขาผิดหวังจนถึงตอนนี้

เขาถูกต้องที่จะบอกว่ามีศักยภาพในทีมของเขา แน่นอนในแง่ของ เอลเลียตต์ วัย 18 ปี และ โจนส์ วัย 20 ปีซึ่งทั้งคู่ดูเหมือนจะนักเตะแห่งอนาคต ไทเลอร์ มอร์ตัน ดาวรุ่งอีกคนหนึ่ง กำลังมุ่งสู่ทีมชุดใหญ่เช่นกัน หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในคาราบาว คัพ แม้ว่าเขาจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายหากต้องการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก็ตาม

ฟาบินโญ่ และ เฮนเดอร์สัน ค่อนข้างรับประกันว่าจะได้เป็นตัวจริงเมื่อฟิต แต่ เกอิต้า ก็พร้อมเป็นตัวสอดแทรกเมื่อสลัดจากปัญหาบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ติอาโก้ ที่ดูก็ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งได้นับตั้งแต่ย้ายมาจาก บาเยิร์น มิวนิค

มันหมดเวลาแล้วหรือยังสำหรับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในทีมลิเวอร์พูล?

มิลเนอร์ จะอายุ 36 ปีในเดือนมกราคมและจะหมดสัญญาเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล แต่เขายังคงเป็นหนึ่งในผู้ถือมาตรฐานที่แท้จริงของสโมสรในแง่ของความฟิต ความเป็นมืออาชีพ และทัศนคติ

มันไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นเรื่องราวต่าง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งบ่งบอกว่า อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เริ่มหงุดหงิดเพราะไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่น และมีความคิดที่เขาอาจต้องย้ายออกไปเพื่อลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ

ลิเวอร์พูล ปฏิเสธที่จะพิจารณาการขายเขาในช่วงซัมเมอร์ และเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ด้วยโปรแกรมการแข่งขันนี่แน่นขนัด และศึกแอฟริกาคัพ ออฟ เนชั่นส์ ในเดือนมกราคม

อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะเป็นที่ต้องการอีกครั้งในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน คำถามคือเขาสามารถคว้าโอกาสที่เข้ามาหาเขาได้หรือไม่ หากเขาไม่เป็นแบบนั้นในเร็ว ๆ นี้ ก็ยากที่จะเห็นอนาคตระยะยาวของเขาในแอนฟิลด์เช่นกัน