ชีวิตในอิตาลีที่ไม่หอมหวานของ ริวัลโด้

ผลงานปังยาง เพราะอายุมากแล้วในเวลานั้น

นักเตะที่มีระดับหลายๆคนนั้น อาจจะเป็นราชันย์ในลีกหนึ่ง แต่เมื่อเขาย้ายไปเล่นอีกลีกหนึ่งแค่นั้นแหละ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของเขาอย่างชัดเจนเลยทีเดียว โปรไฟล์การเล่นในช่วงเวลาที่ผ่านมาของพวกเขานั้นบางทีแทบจะไม่มีประโยชน์เลย เมื่อพวกเขาดันไปแจ้งตายในลีกอื่นที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน มันทำให้จาก “เทพ” กลายเป็น “ตัวตลก” ในสายตาแฟนบอลได้อย่างง่ายดายมากเลยจริงๆ แน่นอนว่ามีนักเตะระดับเวิลด์คลาสหลายคนที่ได้เผชิญกับช่วงเวลาอันไม่น่าจดจำแบบนั้น แม้แต่โคตรนักเตะอย่าง ริวัลโด้ ตำนานลูกหนังเลือดแซมบ้าที่เคยได้รับการยกย่องว่า เขามีเท้าซ้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ สั่งได้ดั่งใจ จะยิงไกล จะเลี้ยงบอล จะยิงฟรีคิก จะเลี้ยงเข้าไปยิง หรือจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู เท้าซ้ายของนิเชาแซมบ้าผู้นี้ สามารถทำได้ดั่งใจต้องการเลยจริงๆ

ริวัลโด้ คือตำนานจอมทัพหมายเลข 10 ผู้ยิ่งใหญ่ของบาร์เซโลนามาเป็นเวลาช้านาน เขาได้แชมป์หลายรายการกับบาร์เซโลนา ไม่ว่าจะเป็นการได้แชมป์ลาลีกา 2 สมัยติดต่อกัน ได้แชมป์โคปา เดล เรย์ ขาดไม่ได้กับการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ในช่วงปลายปี 1999 มาครองอีกด้วย แค่มีรางวัลบัลลงดอร์มาเป็นตัวการันตีความสามารถ มันแทบจะทำให้เพลย์เมกเกอร์รายนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลกในช่วงเวลาดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ โปรไฟล์ระดับท๊อปแบบนี้ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ตอนที่เขาย้ายไปเล่นในอิตาลีกันล่ะ เราจะมาดูกัน…

เพราะขัดแย้งกับ LVG

ในช่วงเวลาท้ายๆของ ริวัลโด้ กับทางสโมสรบาร์เซโลนานั้น เขาเคยมีปัญหาขัดแย้งกับทางตัวของ หลุยส์ ฟาน กาล ยอดเทรนเนอร์ชาวดัตช์มาก่อน ด้วยเรื่องที่ว่า ริวัลโด้ อยากที่จะเปลี่ยนจากการเล่นเป็นตัวหน้าต่ำทางซ้ายมาเล่นเป็นกองกลางตัวรุกหลังหน้าเป้าเหมือนที่เขาเล่นให้กับทีมชาติบราซิล ซึ่งสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ขัดใจต่อความต้องการของ LVG เขาจึงเลือกที่จะดรอปริวัลโด้ มากกว่าจะปรับระบบให้ทีมมีมิดฟิลด์ตัวรุกตรงกลางให้ริวัลโด้เล่น ในเมื่อใจของริวัลโด้ อยากเล่นให้กับทีมที่มีระบบการเล่นแบบมีหมายเลข 10 สุดคลาสสิกอยู่ตรงกลางสนาม ใจของเขาก็เริ่มคิดถึงการจะย้ายออกจากทีมมากขึ้นนั่นเอง

ริวัลโด้ เข้าร่วม เอซี มิลาน

เอซี มิลาน พันธมิตรคู่ค้ากับบาร์ซ่า

เอซี มิลาน คือยอดทีมจากเซเรียอาที่ให้โอกาสนักเตะบราซิเลียนแจ้งเกิดมาแล้วหลายราย และพวกเขายังถือว่าเป็นคู่ค้ารายสำคัญของทางบาร์เซโลนาอีกด้วย เพราะพวกเขาได้มีการซื้อขายนักเตะร่วมกันอยู่บ่อยครั้งจนแทบจะเหมือนเป็นทีมเพื่อนสนิทกันไปแล้ว และทางด้านของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ประธานสโมสรเอซี มิลาน ก็ถูกใจในฝีเท้าของริวัลโด้ มาตั้งแต่นมนานแล้ว ยิ่งริวัลโด้ได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ร่วมกับทีมชาติบราซิลด้วยอีก มันเลยทำให้พวกเขาอยากได้ริวัลโด้มาเล่นกับทีม แน่นอนว่าเมื่อเห็นโอกาสแบบนี้ ริวัลโด้ ก็สนใจในเรื่องการจะย้ายไปเล่นในอิตาลีเช่นกัน

เอซี มิลาน กับระบบ 4-2-2

มิลานถือว่าเป็นทีมที่อนุรักษ์แผนการเล่นในระบบ 4-4-2 แบบไดมอนด์เอาไว้อย่างเหนียวแน่นเลยทีเดียว ด้วยระบบทีมนี้ มิดฟิลด์ที่อยู่บนปลายยอดเพชร จะทำหน้าที่เป็น “เทควอติสต้า” หรือเพลย์เมกเกอร์ตรงกลางที่คอยทำเกมอยู่ข้างหลังกองหน้า 2 ตัว ซึ่งในเวลานั้น มิลานใช้งานตัวของ อันเดรย์ เชฟเชงโก้ และ ฟิลิปโป้ อินซากี้ เป็นกองหน้าคู่กัน แน่นอนว่าเมื่อข้อเสนอของมิลานยื่นมาถึงริวัลโด้ เขาเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงกลา และทำเกมอยู่หลัง เชว่า-ปิ๊ปโป้ มันจึงทำให้ริวัลโด้ต้องการที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีมนี้จริงๆ และคิดว่าเวลาของเขากับบาร์ซ่า มันถึงเวลาสิ้นสุดแล้ว ในช่วงตลาดนักเตะปี 2002 ริวัลโด้ก็ย้ายไปเล่นให้กับเอซี มิลานอย่างเป็นทางการ ยุติช่วงเวลา 5 ปีกับบาร์เซโลนาไว้เพียงแค่นั้น

ชีวิตในเซเรียอา ของริวัลโด้

มิลานมีคนชื่อ “รุย คอสต้า”

แม้ว่าจะมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลก 2002 และมีบัลลงดอร์ประดับโปรไฟล์ แต่ไม่น่าเชื่อวา ริวัลโด้จะเล่นไม่ออกกับมิลาน โดยเขาไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไหร่นัก เพราะในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหลังกองหน้าในทีมนั้น มิลานมีชายชื่อ “รอย คอสต้า” เพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 ชาวโปรตุเกสที่พวกเขาใช้งานเป็นจอมทัพหมายเลข 10 ประจำทีมอยู่แล้ว แถมยังเล่นได้เข้าฝักมากๆอีกด้วย มันเลยเป็นการบีบให้ริวัลโด้ ต้องลงล่นเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าบ้าง ปีกบ้าง และเจ้าตัวก็เล่นไม่ออกตามคาด จนสุดท้ายนั้น แม้ว่าเขาจะมีโอกาสได้สัมผัสกับถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับมิลาน แต่เขากลับได้รางวัล “สมเสร็จทองคำ” ซึ่งอิตาลีจะมอบให้นักเตะในลีกที่มีผลงานแย่ที่สุดไปครองแบบมัดมือชกนั่นเอง

อีกข้อที่สำคัญ ริวัลโด้ในช่วงอยู่กับมิลาน คือช่วงที่เจ้าตัวเลยจุดพีคไปแล้ว แถมยังเจอกับการแทคเกิลหนักๆ ดุดันจากกองหลังตัวโหดๆในเซเรียอาตลอดเวลา มันทำให้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง ซึ่งนี่ก็เลยเป็นอีก 1 เหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้ลงเล่นมากเท่าไหร่ควร ยอดการทำประตู การแอสซิสต์ ก็หายไปตามช่วงเวลาที่เขาบาดเจ็บจนได้