ไม่มีใครสามารถหยุด ลิเวอร์พูล ได้อีกแล้ว

Liverpool Fifa Club World Cup

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา มันเป็นหนึ่งในคืนที่สมบูรณ์แบบสำหรับ ลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่พวกเขากลายเป็นแชมป์สโมสรโลกเป็นครั้งแรก และมันเป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นให้พลพรรค “หงส์แดง” เดินหน้าคว้าแชมป์รายการอื่นเพิ่มอีกหลังจากนี้ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เดินออกจากสนามคาลิฟา สเตเดี้ยม ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ด้วยการเอาชนะ ฟลาเมงโก้ จากบราซิล 1-0 และทัพ “หงส์แดง” ต้องเดินทางกว่าอีก 3,000 ไมล์ กลับมายังประเทศอังกฤษ เพื่อลงเล่นในรายการพรีเมียร์ลีก ซึ่งพวกเขากำลังนำเป็นจ่าฝูง ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ท้าชิงที่อยู่ในอันดับ 3 เพิ่งเปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูง ไป 3-1 แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยังคงมีแต้มทิ้งห่างผู้ตามถึง 10 คะแนน และแข่งน้อยกว่า 1 นัด ซึ่งมันยังคงทำให้ “หงส์แดง” ได้เปรียบ “เรือใบสีฟ้า” และ “สุนัขจิ้งจอก” อยู่พอสมควร

สตีเฟ่น วอร์น็อค อดีตแบ็คซ้าย ลิเวอร์พูล แสดงความคิดเห็นกับ “บีบีซี” สื่อชั้นนำแดนผู้ดีว่า “ผมไม่คิดว่า พวกเขาจะขออะไรได้มากกว่านี้จากสัปดาห์ที่แล้ว ลิเวอร์พูล มุ่งหน้าไปยังคิง พาเวอร์ สเตเดี้ยม และพวกเขารู้ว่า ถ้าพวกเขาเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่นั่นในวันที่ 26 ธันวาคมได้ พวกเขาจะก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ดีในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก คุณไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้ แต่คุณสามารถสร้างได้ ความสำเร็จครั้งล่าสุดนี้ จะทำให้พวกเขามีความมั่นใจอย่างมากในการเดินหน้าคว้า 3 แต้มในเกมกับ เลสเตอร์ และนั่นก็หมายความว่า พวกเขาจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบของการต่อเวลาพิเศษจากเกมกับ ฟลาเมงโก เลย”

ในฐานะผู้เล่นคุณจะไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อคว้าแชมป์ได้สำเร็จ และการคว้าแชมป์สโมสรโลก มันทำให้ผู้เล่น ลิเวอร์พูล หายเหนื่อย และตั้งตารอคอยที่จะเล่นเกมต่อไปของพวกเขา โดยเฉพาะเกมใหญ่แบบนี้ ถ้าคุณดูตารางคะแนนในลีก คุณจะต้องบอกว่า การเสมอจะเป็นผลดีสำหรับพวกเขาในวันพฤหัสบดี แต่ทีมลิเวอร์พูลชุดนี้ไม่คิดอย่างนั้น เราได้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าจากวิธีที่พวกเขาเล่น พวกเขาต้องการที่จะชนะทุกเกม และพวกเขาก็ยากที่จะเอาชนะ การที่จะทำแต้มหายไป 2 คะแนน ในช่วงคริสต์มาส มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ทุกคนก็รู้ว่า ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีความน่ากลัวอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะการเล่นช่วงในครึ่งหลัง ทุกทีมรู้ดีว่า หากพวกเขาไม่ใช้โอกาสที่มีในเกม ลิเวอร์พูล จะกลับมาลงโทษพวกคุณทันที” อดีตกองหลัง “หงส์แดง” กล่าว

สตีเฟ่น วอร์น็อค กับมุมมองเชิงบวกต่อลิเวอร์พูล

สถิติการเล่นที่โหด เป็นยาบั่นทอนจิตใจคู่แข่งชั้นดี

ขณะเดียวกัน วอร์น็อค กล่าวต่อว่า “จำนวนประตูชัยที่ ลิเวอร์พูล ทำได้ในช่วงท้ายเกมในปี 2019 นั้น เกิดขึ้นมากมาย และประตูที่ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ยิง มอนเตอร์เรย์ ในรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกนั้น ก็เป็นลูกที่ 6 ของพวกเขาไปแล้วในปีนี้ สิ่งเหล่านี้มันจะอยู่ในความคิดของคู่แข่งตลอดเวลา ด้วยวิธีการเล่นแบบนี้ พวกเขาทำให้ผมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งทำให้คู่แข่งมีควาคิดว่า แมนฯยูไนเต็ด จะเอาชนะพวกเขาได้ตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าลงสนาม และในทางจิตวิทยานั่นเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก”

“มันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณยอดเยี่ยมของทีมชุดนี้ ผมเคยเล่นกับคู่แข่งประเภทที่ว่า เมื่อคุณยิงประตูพวกเขาได้ แต่คุณจะคิดอยู่เสมอว่า พวกเขาก็จะกลับมาได้ และคุณจะเริ่มกังวลว่าจะทำอย่างไรดี ผมกำลังจะบอกว่า คุณไม่สามารถซื้อความกลัวแบบนั้นให้ทีมคู่แข่งได้ แต่คุณสามารถสร้างมันได้ด้วยการทำสิ่งเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนที่ ลิเวอร์พูล ทำอยู่ตอนนี้ มันเป็นเช่นเดียวกันกับความเชื่อมั่นในตนเองที่ ลิเวอร์พูล กำลังมีอย่างชัดเจน ในขณะนี้ มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทีมสามารถมีได้ แต่การปลูกฝังความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นของคุณนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด”

“แน่นอนว่า ผู้เล่น ลิเวอร์พูล มีความมั่นใจอย่างมากหลังจากประสบความสำเร็จในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่พวกเขาจะมีความมั่นใจมากขึ้นอีก เพราะในตอนนี้ พวกเขาสามารถพูดได้ว่า พวกเขาเป็นแชมป์สโมสรโลกแล้ว การคว้าถ้วยฟุตบอลสโมสรโลก เป็นสิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับ ลิเวอร์พูล ในโดฮา และการเป็นส่วนหนึ่งของทีม ลิเวอร์พูล ชุดที่คว้าแชมป์สโมสรโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรนั้น เป็นสิ่งจูงใจอย่างยิ่งสำหรับ คล็อปป์ และผู้เล่นของ เขาและพวกเขาก็อยากทำมันอย่างยิ่ง ผมรู้ว่า พวกเขารู้สึกอย่างไร เพราะมันเหมือนกันกับผม เมื่อผมเป็นส่วนหนึ่งทีมที่พ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลสโมสรโลกปี 2005 ผมต้องการความสำเร็จนั้นสำหรับตัวเอง ผมอยู่ในรายชื่อของผู้เล่น ลิเวอร์พูล ที่อาจได้รับบางสิ่งบางอย่างที่สโมสรไม่เคยมีมาก่อน”

“ผมเข้าใจว่าทำไม คล็อปป์ จึงต้องการคว้าแชมป์เช่นกัน เพราะผู้จัดการทีมของเรา ราฟาเอล เบนิเตซ ก็ต้องการเหมือนกัน และศึกฟุตบอลสโมสรโลกรอบชิงชนะเลิศนั้น ไม่มีทีมใดได้เข้ามาเล่นง่ายๆ และมันเป็นการแข่งขันที่สำคัญสำหรับสโมสร และพวกเขาแสดงให้เห็นแล้ว จากวิธีการที่พวกเขาทำ ถ้ามันไม่สำคัญ คล็อปป์ อาจทิ้งนักเตะทีมชุดใหญ่ไว้ครึ่งทีมที่อังกฤษเพื่อพยายามเอาชนะ แอสตัน วิลล่า และไปถึงรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลคาราบาว คัพ แต่เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น เขามุ่งมั่นไปที่โดฮาด้วยทีมที่แข็งแกร่งที่สุด”

ความกระหายชัยชนะของคล็อปป์

แชมป์สโมสรโลกถ้วยแรกของลิเวอร์พูล

“นอกจากนี้ มันยังให้พวกเขาพักผ่อนจิตใจช่วยให้พวกเขามุ่งเน้นไปที่สิ่งอื่นนอกเหนือจากศึกพรีเมียร์ลีกเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และการเดินทางจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อสร้างความผูกพันในทีม แต่ท้ายที่สุดพวกเขาอยู่ที่นั่น และนำถ้วยรางวัลกลับบ้าน พวกเขาทำได้ คล็อปป์ พูดคุยในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนทัศนคติของศึกฟุตบอลสโมสรโลก ในประเทศอังกฤษดังนั้น การแข่งขันรายการนี้จึงถูกมองว่า เป็นศึกที่มีความสำคัญ มันไม่ใช่การเบี่ยงเบนความสนใจ และเขาได้พิสูจน์แล้วว่า เขาหมายความแบบนั้นจริงๆ การเลือกทีมในรอบชิงฯ ของเขา มันเป็นทีมชุดที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว และนักเตะที่ลงสนามไปแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต้องการที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ และมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลกมีความสำคัญ นั่นคือผลกระทบเชิงพาณิชย์ที่จะเกิดขึ้นกับสโมสร”

“ผมรู้ว่าสำหรับแฟน ๆ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม แต่ความสำเร็จเช่นนี้มันเป็นผลบวกเป็นอย่างมากนอกจากมุมมองทางการเงิน ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม สโมสรฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจ และสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่เป็นแชมป์โลกนั้น มันได้ผลักดันพวกเขาเข้าสู่ตลาดใหม่เพื่อสปอนเซอร์รายต่างๆ เงินที่จะนำมาใช้หมายถึง ลิเวอร์พูล สามารถสร้างโดยให้รางวัลกับผู้เล่นที่ร่วมกันคว้าแชมป์ และซื้อนักเตะใหม่เพื่อพยายามพัฒนาทีม และคว้าแชมป์ให้มากขึ้นอีก ผมรู้ว่า สาเหตุการตกรอบฟุตบอลคาราบาว คัพ เพราะการมุ่งเน้นไปที่กาตาร์ แต่ด้วยเหตุผลเหล่านั้นทั้งหมด มันเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด และมีถ้วยรางวัลอีกมากมายที่จะเข้ามาสู่ทีมชุดนี้แน่นอน และการคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ยกระดับทีมชุดนี้ขึ้นไปสู่ระดับใหม่ และพวกเขาแสดงให้เห็นว่า มันเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น”

“ครั้งแรกที่เราเห็นความคิดของผู้เล่นเหล่านี้ มันมาจากวิธีที่พวกเขาตอบสนองต่อการพ่ายแพ้ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2018 คุณต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม และดูว่า มันยากแค่ไหนที่ ลิเวอร์พูล ต้องทำงานเพื่อขยับเข้ามาใกล้กับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สิ่งที่พวกเขาทำในลีกจนถึงฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นว่า สโมสรกำลังทำอะไรอยู่ พวกเขาไม่หยุดยั้ง และคุณไม่สามารถทำลายทีมนี้ได้ มันเป็น คล็อปป์ ที่นำมาซึ่งความคิดเชิงบวก และมันเป็นความสามารถของเขาในการรักษา และพัฒนาทีม และความก้าวหน้าที่กำลังทำให้เวลานี้ทีมชุดนี้น่าตื่นเต้น เช่นเดียวกับเพลงเชียร์ของพวกเขาที่บอกว่า ลิเวอร์พูล จะไม่หยุด” วอร์น็อค กล่าวปิดท้าย