มิเคล อาร์เตต้า “สิ่งแรกที่ผมต้องทำคือ เรียกความกระหายกลับมา”

มิเคล อาร์เตต้า กุนซืออายุน้อยคนใหม่ของปืนใหญ่

มิเคล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กล่าวหลังการเข้ารับตำแหน่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า เขาต้องเรียกความกระหายของนักเตะไอ้ปืนใหญ่กลับมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งเขาคิดว่า มันเป็นสิ่งแรกที่หายไปหลังจากที่ตัวเองอำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในฐานะนักเตะเมื่อปี 2016 กุนซือวัย 37 ปี เซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทน อูไน เอเมรี่ เทรนเนอร์ชาวสเปน ที่โดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า เคยทำหน้าที่เป็นแค่ผู้ช่วยโค้ชของ เปป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยังไม่เคยทำหน้าที่ผู้จัดการทีมเต็มตัวมาก่อน

นายใหญ่คนใหม่ของ อาร์เซน่อล กล่าวกับ “บีบีซี” สื่อกีฬาชื่อดังแดนผู้ดีว่า “ผมมีความเคารพอย่างมากต่อสโมสรแห่งนี้ ถ้าผมไม่รู้สึกว่าผมพร้อมและเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้ ผมจะไม่นั่งในเก้าอี้ตัวนี้อย่างแน่นอน มันเป็นความฝันสำหรับผมอยู่เสมอ วันที่ผมตัดสินใจออกจากสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ผมพูดกับคนอื่นๆว่า ผมจะก้าวออกไปเพื่อเรียนรู้ และเตรียมตัวให้พร้อม และหวังว่าวันหนึ่งผมจะกลับมาที่นี่เมื่อผมรู้สึกว่า ตัวเองพร้อม ผมเตรียมตัวมา 2-3 ปีแล้วสำหรับความท้าทายแบบนี้ที่จะมาถึง ผมรู้ดีถึงความคาดหวัง ระดับที่สโมสรควรอยู่ ความสำเร็จที่ถูกตั้งเป้าหมายเอาไว้ และสิ่งที่สโมสรสมควรได้รับ ผมพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายนั้น พวกเขามั่นใจมากว่าพวกเขาต้องการให้ผมบอกว่า ผมต้องทำสิ่งที่ท้าทายให้ได้” อดีตกองกลาง “เดอะ กันเนอร์ส” กล่าว

ถึงคราวเป็นกุนซือตำนานของปืนใหญ่บ้าง

อาร์เตต้า เคยทำหน้าที่เป็นกัปตันทีม อาร์เซน่อล และคว้าถ้วยเอฟเอ คัพ ได้ 2 สมัย ตลอดเวลาที่ค้าแข้งเป็นเวลา 5 ปี กับ “ไอ้ปืนใหญ่” และเขาจะเข้ามาคุมทีมต่อจาก เฟเดริก ลุงเบิร์ก กุนซือขัดตาทัพ ทันทีหลังจบเกมที่ “เดอะ กันเนอร์ส” บุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่สนามกูดิสัน ปาร์ค ขณะเดียวกันในปัจจุบัน อาร์เซน่อลรั้งอันดับ 10 ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก และในเกมลีกนัดล่าสุด พวกเขาเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอย 3-0 ซึ่งในเกมนั้น อาร์เตต้า ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ช “เรือใบสีฟ้า”

อาร์เตต้า กล่าวต่อว่า “สิ่งแรกคือ เรียกความกระหายกลับมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมาที่นี่ และรู้สึกแย่ลงไปมาก ผมต้องทำให้ทีมงานทุกคน และนักเตะทุกคนมีความคิดเดียวกัน เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้อง มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะโน้มน้าวทุกคนว่า นี่คือวิธีที่เราจะประสบความสำเร็จ ตอนนี้เราต้องการผลกระทบทันทีเพื่อจะชนะในเกม และเพิ่มระดับความมั่นใจ และเราต้องการให้แฟน ๆ สนับสนุน เราต้องมีส่วนร่วมส่งผ่านพฤติกรรมของเราในสิ่งที่เราต้องการมอบให้กับสโมสรแห่งนี้ เราต้องรวม 2 สิ่งนี้เข้าด้วยกัน เพราะมันทรงพลังมาก”

อาร์เตต้า กล่าวว่า เขาร้องไห้เมื่อถึงเวลาต้องกล่าวลาเพื่อนร่วมงานที่ แมนฯซิตี้ และเน้นย้ำว่า เขาต้องการจะทำการสนทนาในเวลาที่เหมาะสมกับลุงเบิร์กในอนาคต และในเกมบ็อกซิ่งเดย์ บอร์นมัธ ในวันที่ 26 ธันวาคมนั้น โค้ชชาวสเปน จะกลายเป็นกุนซือ “ไอ้ปืนใหญ่” ที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ เทอร์รี่ นีลล์ ทีมคุมทีมในวัย 34 ปี เมื่อปี 1976 อาร์เซน่อล คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้อีก 1 สมัย ในฤดูกาลหลังจากที่ อาร์เตต้า จากไป แต่ในซีซั่นปี 2016-17 “ไอ้ปืนใหญ่” จบด้วยอันดับนอกท็อปโฟร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 และหลังจากนั้น พวกเขาแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลย

มิเคลเคยเป็นผู้ช่วยเป๊ปมาก่อน

สังเกตจุดผิดพลาดของปืนโตที่ผ่านมา

เมื่อถูกถามว่า ในช่วงที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ล้มเหลวหรือไม่ อาร์เตต้า กล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกได้จากข้างนอก ผมอยากจะเริ่มเข้าใจเหตุผลว่า ทำไมผมต้องพยายามทำความเข้าใจอย่างรวดเร็วที่จะเป็นผู้ชนะอย่างรวดเร็ว เราต้องสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ความทะเยอทะยานของสโมสรนี้ชัดเจนอยู่แล้ว คุณต้องเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรป และต่อสู้เพื่อถ้วยรางวัล นอกเหนือจากนี้คือมันไม่ดีพอ ผมต้องการคนที่มอบพลังงาน และกระหายให้กับสโมสรแห่งนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครสามารถซื้อมันได้ และมันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งเหล่านี้สำคัญต่อทีม และมันยังรวมถึงสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมของสโมสรด้วย” นายใหญ่ อาร์เซน่อล กล่าว

ขณะเดียวกัน มาร์ติน คีโอว์น อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษของอาร์เซน่อลแสดงความคิดเห็นว่า “เขาไม่เคยคุมทีมมาก่อน มันเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก และมันเป็นการแสดงความเชื่อครั้งใหญ่จากคณะกรรมการของ อาร์เซน่อล ที่เห็นได้ชัดว่า พวกเขาประทับใจ มิเคล มาก เขาเป็นคนที่น่าจับตามอง และเคยทำงานกับยอดกุนซืออย่าง เปป กวาร์ดิโอล่า มาถึง 3 ฤดูกาล กวาร์ดิโอล่า เป็นผู้จัดการทีมที่น่าทึ่ง และผมเชื่อว่า มิเคล ก็จะทำงานได้ดี แต่มันอาจเป็นงานที่แตกต่างออกไปจากที่เขาเคยทำมา มีปัญหามากมายที่เขาต้องจัดการกับทีม อาร์เซน่อล ในเวลานี้ เขากำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่ กรานิต ชาก้า สูญเสียตำแหน่งกัปตันทีม และมีสถานการณ์ของ เมซุต โอซิล ที่จะต้องได้รับการแก้ไข และวิธีที่พวกเขาจะอยู่ร่วมกันในสนาม เขาจะรู้ตัวว่า กำลังเผชิญกับปัญหา”

“ผมคิดว่า บอร์ดของอาร์เซน่อลรู้ดีว่า เขาเป็นแค่คนคนหนึ่ง แต่มันเป็นความคาดหวังอย่างมากที่ มิเคล จะต้องทำงานที่สโมสรนี้ และเขาจะรู้ใน 2-3 เกมแรกว่า มันมีปัญหาอะไรบ้าง มันไม่ใช่สถานการณ์ง่าย ๆ เพราะสโมสรนี้ความเชื่อได้หายไป และพวกเขาอยู่ในความกังวล มันเป็นเรื่องจริงจัง มิเคลมีงานต้องทำมากมายเหลือเกิน ถ้าเขาล้มเหลวเราจะบอกว่า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีประสบการณ์ แต่หากเขาประสบความสำเร็จ เขาอาจอยู่ในรายชื่อของผู้จัดการยุคใหม่ที่โดดเด่นเหล่านั้น” คีโอว์น กล่าว

มุมมองของ “ซีแมน” ที่มีต่อ มิเคล ในเวลานี้

ขณะเดียวกัน เดวิด ซีแมน ตำนายนายทวารทีมชาติอังกฤษ ของ อาร์เซน่อล กล่าวว่า “มิเคล เป็นผู้จัดการมือใหม่ ดังนั้นมันจึงเป็นการเดิมพันที่ อาร์เซน่อล ได้ตัดสินใจทำ แต่ผมประทับใจมากกับการแถลงข่าวของเขา ความคิดเขาเป็นบวก และมีความมั่นใจในตัวเอง มันเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ และเป็นการเริ่มต้นที่ผมต้องการให้ผู้เล่นสนับสนุนเขาด้วยเช่นกัน เพราะผู้เล่นจำเป็นต้องพิจารณาตัวเองอย่างหนัก พวกเขาไม่ได้ทำตัวให้ดีที่สุดในปีที่ผ่านมา เพราะเราต้องมองตัวเองแล้วว่า ปัจจุบันเราอยู่ตรงไหน ผมคิดว่า ผู้เล่นต้องการคำแนะนำ บางทีแค่การตะโกนข้างสนามมันก็ช่วยได้แล้ว และการป้องกันต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะมันเป็นเช่นนั้นมา 2-3 ปีแล้ว และเรายังคงมองหาผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่ง และเชี่ยวชาญด้านเกมรับ ดังนั้น ผมหวังว่า เราจะต้องทำสิ่งนี้เพื่อสนับสนุนเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่จะถึงนี้”

อาร์เตต้า ผู้แบกความหวังครั้งใหญ่ของอาร์เซน่อล