ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ สมควรได้รับโอกาสในการทดแทนตำแหน่งของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ สมควรได้รับโอกาสในการทดแทนตำแหน่งของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

อาการบาดเจ็บของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ส่งผลต่ออารณ์ของทีมในเกมที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แอธเลติก บิลเบา 1-1 อย่างไรก็ตามแม้จะมีความวิตกกังวลและข่าวร้ายจากการบาดเจ็บของแบ็คซ้ายชาวสก็อต ทัพหงส์แดงก็ยังมีเรื่องดีมากมายในนัดกระชับมิตรนั้น

ผลงานของ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ นั้นโดดเด่นและควรค่าแก่โอกาสในการทดแทน จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ที่เพิ่งย้ายออกไปเมื่อไม่นานนี้ โดยทั่วไปแล้ว เอลเลียตต์ ถูกมองว่าเป็นปีกจอมเลี้ยง แต่อย่างไรก็ตามครั้งนี้ เอลเลียตต์ ถูกจับเล่นในตำแหน่งกองกลางโดยเป็นหนึ่งในสองมิดฟิลด์ที่อยู่ด้านหน้า เจมส์ มิลเนอร์ ที่ยืนปักหลักอยู่หน้าเกมรับ

ผลงานของ เอลเลียตต์ ไม่เพียงแต่ประทับใจเท่านั้น แต่ยังมอบความหวังสำหรับการรับบทบาทนี้ในระยะยาวเลยทีเดียว ความสามารถในการเล่นเกมรุกของเด็กคนนี้เฉิดฉายออกมาแบบไม่แปลกใจเลย ทุกคนที่ติดตามเดอะ แชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้วจะรู้ว่า เอลเลียตต์ เป็นแข้งมากพรสวรรค์ เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ทรงพลังที่สุดของ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ สมควรได้รับโอกาสในการทดแทนตำแหน่งของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

เอลเลียตต์ ทำไปได้ 7 ประตูและอีก 11 แอสซิสต์ตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งนับว่าดีกว่า อดัม อาร์มสตรอง เดอะแบกของทีมด้วยซ้ำ และแรงผลักดันในเกมรุกนั้นไม่ได้ขาดไปเลยในเกมเจอกับ แอธเลติก บิลเบา ในทุก ๆ โอกาสดาวเตะวัย 18 ปีจะพลิกตัวและพุ่งไปข้างหน้า ขับเคลื่อนทีมของเขาเข้าไปในพื้นที่อันตรายด้วยความเร็วและพลังที่สามารถเปลี่ยนแมตช์ได้ในทันที

มันเป็นแรงผลักดันจากแนวรุกที่ ลิเวอร์พูล ห่างหายไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และสิ่งหนึ่งที่สามารถให้มิติที่แตกต่างไปจากการเล่นแนวรุกของหงส์แดงในกรณีที่ไม่มี ไวจ์นัลดุม

เขาไม่เพียงแต่เป็นดาวรุ่งที่สารพัดประโยชน์และกล้าหาญอย่างโหดเหี้ยมในการครองบอลเท่านั้น แต่เขายังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมและความคิดสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน เราได้เห็นการผ่านบอลตามช่องให้กับกองหน้าหรือฟูลแบ็คหลายครั้ง

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ สมควรได้รับโอกาสในการทดแทนตำแหน่งของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

เอลเลียตต์ เป็นนักเตะที่คอยเชื่อมเกมระหว่างมิดฟิลด์และแนวรุก และด้วยความสามารถของเขาในการค้นหาช่องว่างระหว่าง สามารถสร้างผลกระทบที่เป็นอันตรายได้ตลอด 84 นาทีของเขาในสนาม

การเลี้ยงจี้ใส่คู่แข่งของเขาก็เป็นจุดอันตรายเช่นกัน แน่นอนว่าทำไมเขาสามารถมีส่วนร่วม 18 ประตูในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากรับบทบาทปีกขวาในช่วงครึ่งหลัง

เป็นที่เข้าใจกันว่าอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของเขาในการสร้างสมดุลระหว่างการเกมรุกและเกมรับในฐานะมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่ที่น่าประทับใจมาก ๆ เอลเลียตต์ น่าจะทำได้มากพอที่จะขจัดข้อสงสัยเหล่านั้นด้วยผลงานในเกมเมื่อวันอาทิตย์ เป็นที่ยอมรับว่าผลงานที่ดีที่สุดของเขาส่วนใหญ่มาจากแนวรุก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาทำได้ไม่ดีในอีกด้านหนึ่งของสนาม

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ สมควรได้รับโอกาสในการทดแทนตำแหน่งของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

หลายครั้งที่ เอลเลียตต์ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในการเล่นที่ยอดเยี่ยม ความสามารถในการมองเห็นภาพรวมในสนาม และการอ่านเกมและฝ่ายตรงข้ามของเขา เขามีปัญหาน้อยมากในการรู้ว่าเมื่อใดควรกระชับและประหยัดพลังงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นในเวลาที่เหมาะสมเพื่อแย่งบอลเมื่อมีโอกาสเกิดขึ้น เขาแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดในเกมรับที่น้อยคนนักจะคาดหวังจากเขา และแสดงให้เห็นสัญญาณว่าเขามีความสามารถมากพอที่จะเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีคุณภาพในพรีเมียร์ลีกตลอดหลายปีข้างหน้า

ความเป็นไปได้หลังจากที่ ไวจ์นัลดุม ย้ายไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในซัมเมอร์นี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็หวังว่าจะหามิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์อีกคนเพื่อเติมเต็มดาวเตะชาวดัตช์ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันการซื้อดังกล่าวอาจไม่สามารถทำได้ก่อนสิ้นสุดตลาดปัจจุบัน และหลังจากที่ คล็อปป์ ชื่นชมผลงานของ เอลเลียตต์ มันก็มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าแข้งวัย 18 ปีรายนี้อาจมีอิมแพคต่อ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลหน้า