เก็บตก 5 ประเด็นสำคัญจากเกมยูโร 2020 ที่อังกฤษเสมอกับสก็อตแลนด์ 0-0

เก็บตก 5 ประเด็นสำคัญจากเกมยูโร 2020 ที่อังกฤษเสมอกับสก็อตแลนด์ 0-0

อังกฤษ มีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดจากเกมที่เสมอกับ สก็อตแลนด์ 0-0 ในศึกยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สอง ซึ่งเป็นผลงานที่น่าผิดหวังสำหรับทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญจากเกมดังกล่าว

 

อังกฤษต้องการประสบการณ์มากกว่านี้ไหม?

อังกฤษต้องการประสบการณ์มากกว่านี้ไหม_

แกเร็ธ เซาธ์เกต อาจส่งชื่อผู้เล่นตัวจริงชุดเดิมได้จากเกมที่เอาชนะ โครเอเชีย ด้วยผลงานที่ดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เลือกที่จะทำการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่งสำหรับเกมนี้ โดยทั้ง 2 ตำแหน่งเป็นฟูลแบ็คอย่าง รีซ เจมส์ เข้ามาแทนที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ในตำแหน่งแบ็คขวา และ ลุค ชอว์ แบ็คซ้าย หลังจากการตัดสินใจเซอร์ไพรส์ในการให้ คีแรน ทริปเปียร์ เล่นแบ็คซ้ายแบบเซอร์ไพรซ์ในเกมกับ โครเอเชีย

ด้วยการที่ วอล์คเกอร์, ทริปเปียร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่ได้อยู่ในทีมตัวจริง ซึ่งพวกเขาล้วนเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดในทีม นั่นทำให้ อังกฤษ กลายเป็นทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์

 

จังหวะของเกมต้องสูงกว่านี้

จังหวะของเกมต้องสูงกว่านี้

เมื่ออังกฤษเข้าจังหวะของตัวเองได้ พวกเขาก็ยากที่จะหยุดได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเจอกับ สก็อตแลนด์ พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อหาจังหวะของเกมที่เหมาะสม สก็อตแลนด์พอใจที่จะตั้งรับลึก เมื่ออังกฤษครองบอล และทัพสิงโตคำรามพยายามหาที่ว่างจากแดนหลังเหมือนที่พวกเขาทำได้จนเป็นประตูของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในเกมเจอ โครเอเชีย

นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้เคลื่อนบอลได้เร็วพอที่จะสร้างสรรค์โอกาส ดังนั้น อังกฤษยิงตรงกรอบไม่ได้เลยในครึ่งแรกและตรงกรอบไปเพียงครั้งเดียวในช่วงครึ่งหลัง แฟนบอลในบ้านเริ่มกระสับกระส่ายมากขึ้นเมื่อเกมดำเนินต่อไป

 

เคนถูกเปลี่ยนตัวอีกแล้ว

เคนถูกเปลี่ยนตัวอีกแล้ว

มันเป็นเรื่องที่น่ากังวลในขณะที่ โรเมลู ลูกากู และ ชิโร่ อิมโมบิเล่ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ แต่มันไม่ได้คลิกสำหรับ เคน นั่นทำให้อังกฤษจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหากหวังคว้าแชมป์ยูโร

มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ แฮร์รี่ เคน ถูกเปลี่ยนตัวตอนทีมนำ 1-0 ในเกมเจอกับโครเอเชียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งสำหรับเขาที่ถูกถอดออกตอนเกมเสมอ 0-0 ในเกมนี้ เคน ควรจะเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ แต่มันเป็นเกมที่สองติดต่อกันที่เขาต้องดิ้นรนเพื่อสร้างอิมแพคต่อเกม

 

ต้องกล้าส่งตัวสำรองให้มากกว่านี้

ต้องกล้าส่งตัวสำรองให้มากกว่านี้

แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนตัวสำรอง 2 คนในครึ่งหลังเพื่อหวังทำประตู แต่มันก็ไม่ได้ผล อังกฤษดูมีโอกาสน้อยที่จะทำประตูจากจุดนั้นเป็นต้นไป ตัวสำรองทั้งสองที่เข้ามาคือ แจ็ค กรีลิช เข้ามาแทนที่ ฟิล โฟเด้น และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เข้ามาแทนที่ แฮร์รี่ เคน เขาจะกล้าหาญกว่านี้และเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ มากกว่านี้ได้ไหม?

อังกฤษต้องการทั้ง คาลวิน ฟิลลิปส์ และ ดีแคลน ไรซ์ ในสนามตลอด 90 นาทีหรือไม่? โฟเด้น ควรถูกถอยไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเลือกเกมรุกอีกตัวลงสนามได้หรือไม่? บางที เซาธ์เกต ไม่อยากเสี่ยงกับการแพ้ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ของกลุ่ม แต่ตัวสำรองที่เขาเลือกนั้นไม่ได้ปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ได้เพียงพอจริง ๆ

 

เซาธ์เกต พลาดสถิติไป

เซาธ์เกต พลาดสถิติไป

อังกฤษคาดว่าจะเอาชนะ 2 นัดแรกในการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ทีมของ รอน กรีนวู้ด ทำได้ในฟุตบอลโลกปี 1982 เช่นเดียวกับทีมของ สเวน-โกรัน อิริคสัน ในปี 2006

แกเร็ธ เซาธ์เกต มีโอกาสเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของอังกฤษที่ทำได้ถึง 2 ครั้ง โดยพาทีมสิงโตคำรามคว้าชัยชนะในการแข่งขันนัดแรกที่พบกับ ตูนิเซีย และ ปานามา ในปี 2018