เปลี่ยนแล้วดี! 5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่ถูกเปลี่ยนตำแหน่งในฤดูกาลนี้

เปลี่ยนแล้วดี! 5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่ถูกเปลี่ยนตำแหน่งในฤดูกาลนี้

โยฮัน ครัฟฟ์ หมกมุ่นอยู่กับความสารพัดประโยชน์ของนักเตะ แนวทางการเล่นของ Total Football คือผู้เล่นทุกคนในสนามต้องสามารถทำหน้าที่ในทุกบทบาทได้ ดังนั้นจะมีการสลับเปลี่ยนตำแหน่งตลอด แบ็คซ้ายของคุณอาจยืนอยู่เป็นกองหน้าก็ได้

แน่นอนว่านั่นเป็นวิธีคิดที่แปลกประหลาดของ ครัฟฟ์ ที่คิดว่าฟุตบอลสำหรับเขานั้นลื่นไหล ไม่ใช่หุ่นยนต์ ผู้เล่นสามารถปรับตัวในเกมและเล่นได้ทุกที่ในสนาม เหล่าผู้จัดการจะต้องค้นหาวิธีที่จะทำให้ผู้เล่นเค้นสิ่งดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา และนั่นมักหมายถึงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนมหาศาล ลองดูการเปลี่ยนแปลงของ แฮร์รี่ เคน จากศูนย์หน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิมถูกปรับแต่งไปเป็นกองหน้า false 9

 

1. แฮร์รี่ เคน

1. แฮร์รี่ เคน

เปลี่ยนตำแหน่งจาก: กองหน้าตัวเป้า –> กองหน้าตัวหลอก (false 9)

ไม่มีใครกังขาในทักษะการทำประตูของ แฮร์รี่ เคน แต่ในฤดูกาลนี้เขาถูกปรับใช้เป็นกองหน้าตัวหลอก จากที่รับภาระการทำประตูอย่างเดียวเขากลับมีบทบาทในการปั้นเกมให้เพื่อนร่วมทีมอีกด้วย มันคือแท็คติกของ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่จะให้ปีสองข้างอย่าง ซอน เฮือง-มิน และ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น สอดมาทำประตู

คุณสามารถเห็นได้จากตัวเลขสถิติในพรีเมียร์ลีกเมื่อเขาทำได้ 10 ประตูและอีก 11 แอสซิสต์ ซึ่งตัวเลขการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูนั้นมากกว่าที่เขายิงเองด้วยซ้ำ มันยังไม่ถึงครึ่งทางของฤดูกาลและนั่นเขาอาจมองถึงการทาบสถิติของ เธียร์รี่ อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์ ในการทำแอสซิสต์ต่อฤดูกาลมากที่สุดด้วยจำนวน 20 ครั้งก็เป็นได้

 

2. เอริค ดายเออร์

2. เอริค ดายเออร์

เปลี่ยนตำแหน่งจาก: กองกลางตัวรับ –> เซ็นเตอร์แบ็ค

ฤดูกาลที่แล้ว เอริค ดายเออร์ ลงสนามไปเพียง 13 นัดในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค โดยหน้าที่หลักของเขาคือกองกลางตัวรับที่ได้เล่นไป 17 นัด อย่างไรก็ตามในครั้งนี้เขายังไม่ได้ลงสนามในตำแหน่งกองกลางให้กับ สเปอร์ส เลย โดยลงเล่นทั้งหมด 15 นัดในฤดูกาลนี้ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ ดายเออร์ ยึดตำแหน่งตัวจริงไดอย่างถาวร และเขาก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวแทนของ แยน แฟร์ทองเก้น ได้อย่างแนบเนียนเมื่อจับคู่กับ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์

 

3. ติโม แวร์เนอร์

3. ติโม แวร์เนอร์

เปลี่ยนตำแหน่งจาก: กองหน้าตัวเป้า –> ปีกซ้าย

ติโม แวร์เนอร์ ต้องดิ้นรนเพื่อเค้นฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่เล่นให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก บางทีตอนนี้ ลิเวอร์พูล อาจจะยิ้มมุมปากหลังจากที่พวกเขาพลาดได้ตัวหัวหอกชาวเยอรมันไปร่วมทัพทั้งที่เป็นทีมเต็ง มันก็น่าแปลกใจเล็กน้อยที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ใช้งานหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของยุโรปไปเป็นปีกที่ตอนนี้ทำไปแล้ว 8 ประตู

ดาวเตะวัย 24 ปีทำไปได้ 34 ประตูให้กับ ไลป์ซิก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ดังนั้นเขาจึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นผู้นำในเกมรุกให้กับ เชลซี แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นแม้ว่าเขาจะทำผลงานได้น่าประทับใจในช่วงตเนฤดูกาลก็ตาม แต่ที่จริงแล้วเขาก็เล่นในบทบาทนี้เช่นกันให้ ไลป์ซิก และบางทีเขาอาจจะเค้นฟอร์มดังกล่าวให้หากปรับตัวเข้ากับลีกใหม่ได้แล้ว

 

4. ฟาบินโญ่

4. ฟาบินโญ่

เปลี่ยนตำแหน่งจาก: กองกลางตัวรับ –> เซ็นเตอร์แบ็ค

จากวิกฤตอาการบาดเจ็บของ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่คาดว่าจะต้องพักตลอดทั้งฤดูกาล รวมทั้ง โจ โกเมซ และ โจเอล มาติป ที่บาดเจ็บด้วยเช่นกัน ทำให้ ฟาบินโญ่ ถูกใช้งานเป็นเซ็นเตอร์แบ็คเกือบทั้งหมดที่ลงสนามในฤดูกาลนี้แม้ว่าเขาจะสร้างชื่อในฐานะแบ็คขวาที่ อาแอส โมนาโก ก็ตาม

ฟาบินโญ่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นดีลสุดคุ้มของ ลิเวอร์พูล ในแง่ของความสามารถของเขา แต่ความสารพัดประโยชน์ของเขาได้พิสูจน์แล้วว่าหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของดาววัย 27 ปีเช่นกัน เนื่องจากสามารถลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คและทำได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน

 

5. ไค ฮาเวิร์ตซ์

5. ไค ฮาเวิร์ตซ์

เปลี่ยนตำแหน่งจาก: กองกลางเบอร์ 10 –> กองกลางเบอร์ 8

ไค ฮาเวิร์ตซ์ ลงเล่นเกือบทุกตำแหน่งที่ เชลซี ตั้งแต่ย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยที่ แลมพาร์ด พยายามอย่างหนักเพื่อหาตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา แต่หลังจากคลำมานานเขาก็ได้ตำแหน่งที่เชื่อว่าเหมาะกับนักเตะมากที่สุด นั่นก็คือบทบาท> กองกลางเบอร์ 8 ควบคู่ไปกับ เมสัน เมาท์ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้

เขาเล่นทั้งกองหน้าตัวหลอก, กองกลางฝั่งขวา, ปีกขวา, กองกลางเบอร์ 10 และกองกลางเบอร์ 8 แต่เป็นตำแหน่งหลังที่เขาดูผ่อนคลายมากที่สุด