“เป๊ป” กับการเป็นเส้นขนานกับผีแดงตลอดกาล

กุนซือสุดแกร่งแห่งแมนซิตี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่สร้างตำนานอันน่าเกรียงไกรมาเป็นเวลานานหลายสิบปีเลยทีเดียว ในช่วงเวลาที่ตัวของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานบรมกุนซือชาวสกอตแลนด์ ได้สร้างความยิ่งใหญ่เอาไว้กับที่นี่จนทำให้พวกเขาครองความยิ่งใหญ่คับประเทศอังกฤษ ไม่มีใครเถียงความยิ่งใหญ่ของยูไนเต็ดในช่วงยุค 90 อย่างแน่นอน เพราะพวกเขากวาดแชมป์ได้ทุกรายการมาครองภายใต้การทำทีมของป๋าแพนด้า แต่ถึงกระนั้นแล้ว ในช่วงเวลานั้นมันก็อดคิดไม่ได้ว่าสุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะวางมือจากการเป็นเทรนเนอร์ จากนั้นแล้วพวกเขาจะเอาใครมาทำงานเป็นเทรนเนอร์ให้กับทีมแทนดี

ในช่วงหลังจากจบฤดูกาล 2012-13 มันคือเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่นักเตะในสโมสร , บอร์ดบริหาร และ แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลกเลยทีเดียวที่ต้องช็อกกันไปตามๆกัน เมื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศในการอำลาการทำทีมอย่างเป็นทางการ มันไม่ใช่การออกมาประกาศวางมือแล้วกลับคำด้วยการกลับมาเป็นเทรนเนอร์ต่อเหมือนในปี 2002 แต่ในปี 2013 หรืออีกแค่ 11 ปีต่อมานั้น ป๋าแพนด้าได้อำลาทีมจริงๆ เขาถึงเวลายุติการทำงานข้างสนามแล้ว และได้เข้าไปทำงานในออฟฟิศของสโมสรอย่างเดียวแทน เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น และยังประสบความสำเร็จเป็นการทิ้งท้ายด้วยการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2012-13 มาครองนั่นเอง

เป๊ป สมัยคุมบาร์ซ่าแห่งแดนสเปน

กุนซือหัวเหม่ง เคยถูกสนใจจากปีศาจแดง

จากนั้นเป็นต้นมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้พยายามตามหาเทรนเนอร์ที่เหมาะสมสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาโดยตลอด และเทรนเนอร์ที่พวกเขาใฝ่ฝันถึงมาตั้งแต่สมัยที่ป๋ายังไม่อำลาการทำทีมก็คือ … “เป๊ป กวาดิโอลาร์” ในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 ตัวของ เป๊ป กวาดิโอลาร์ เพิ่งจะอำลาการทำทีมบาร์เซโลนาไปหมาดๆ และแน่นอนว่าทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็อยากที่จะเข้าทาบทามตัวของเป๊ปให้มาเป็นทายาทของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นการล่วงหน้า ทั้งๆที่ตอนนั้น ป๋าเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเขาจะอำลาการทำทีมด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า เป๊ป ก็ไม่ได้แสดงความชัดเจนว่าเขาสนใจจะไปทำทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกัน โดยมีเหตุผลเพียงแค่ว่า … การทำทีมอย่างบาร์เซโลนาที่มีความกดดันมากพอสมควรมาเป็นเวลา 4 ปีนั้นเป็นสิ่งที่เครียดมาก และเป๊ปทำงานแบบไม่ได้หยุดเลยตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

มันจึงทำให้เขาอยากที่จะพักในการทำงานอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากนั้น เขาก็จะกลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่ง ปัญหาในเรื่องการทำทีมในพรีเมียร์ลีกก็เช่นกัน เป๊ป เคยผ่านงานการทำทีมแต่ในสเปน และยังไม่ได้ซึมซับการทำทีมในแดนผู้ดี ทั้งสไตล์บอลที่เล่นไม่เหมือนกับในลีกสเปน ประสบการณ์ในการทำทีมต่างแดนอีก ทำให้เป๊ปยังคงคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาของเขากับการไปพรีเมียร์ลีกในเวลานั้น และสุดท้ายก็คือ เป๊ป ก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ที่ เซอร์ อเล็กซ์ จะอำลาการทำทีมผีแดง เพราะมันไม่มีเค้าเลยว่ามันจะเป็นแบบนั้นไปได้

สานต่อทีมเสือใต้ ให้เกรียงไกร

ในที่สุด เป๊ปก็ไม่สนใจการคุมทีมแมนยู

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็ทำให้เจ้าตัว เลือกที่จะไม่ได้สนใจอะไรกับข้อเสนอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าอีก 8 เดือนต่อมานั้น เซอร์ อเล็กซ์ จะประกาศวางมือจากการทำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าให้จริงๆซะแบบนั้น แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงกับวุ่นเลยทีเดียว เมื่อกุนซือที่คุมทีมมาร่วมๆ 30 ปี ดันมาอำลาทีมแบบกะทันหันแบบนี้ แล้วพวกเขาจะหาใครมาทำทีมดี และแน่นอนว่าบอร์ดบริหารก็ได้นึกถึงชื่อของ เป๊ป กวาดิโอลาร์ มาเป็นเทรนเนอร์ทันที แต่มันช้าไปแล้ว … เพราะก่อนหน้าที่ป๋าจะประกาศอำลาทีมไม่นานเท่าไหร่ ก็มีข่าวว่า เป๊ป ได้รับการทาบทามจากสโมสร บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมดีกรีทริปเปิ้ลแชมป์จากบุนเดสลีกาเช่นกัน เพราะว่าตัวของ จุ๊ปส์ ไฮเกสส์ เทรนเนอร์มากฝีมือของสโมสรก็จะวางมือจากการทำทีมเช่นกัน ทำให้พวกเขาอยากได้คนรุ่นใหม่แบบเป๊ปเพราะจากการดูบอลสดช่วงดังกล่าว กุนซือหัวเหม่งรายนี้ไม่ธรรมดา น่าจะนำเอาสไตล์ฟุตบอล “ติกิ-ตะก้า” มาช่วยสานต่องานของจุ๊ปส์ในทีมบาเยิร์น

ด้วยเหตุผลนี้นั่นเอง แถมสไตล์การเล่นในบุนเดสลีกา ก็เรียกว่าไม่ห่างจากในสเปนมากนัก ทำให้เป๊ปเลือกที่จะไปทำงานในเยอรมันให้กับทางบาเยิร์น มิวนิค และการเซ็นสัญญาก็เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดที่จะได้ตัวของเทรนเนอร์ที่พวกเขาเล็งเป้าหมายมาเป็นเวลานานร่วมๆ 2 ปีไปให้กับบาเยิร์น มิวนิค อย่างหน้าตาเฉย และสุดท้าย พวกเขาก็ยังรับฟังคำแนะนำของป๋า ที่ให้พวกเขาไปเอาตัวของ “เดวิด มอยส์” กุนซือชาวสกอตแลนด์เหมือนกับป๋า ให้มาทำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแทน ผลงานในการทำทีมเอฟเวอร์ตันของมอยส์นั้นก็เข้าขั้นไม่ธรรมดาเช่นกัน เขาเคยพาทีมติดพื้นทีไปเล่นในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว และยังทำทีมเอฟเวอร์ตันมาเป็นเวลานานหลายปี คุ้นเคยกับพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดี มันก็ไม่แน่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับสโมสร … แต่เปล่าเลย มอยส์ โดนไล่ออกอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2014 ทำทีมได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น ส่วนตัวของเป๊ปนั้น เขานำสไตล์การทำทีมด้วยสูตรติกิ-ตะก้า ไปปรับปรุงบาเยิร์น มิวนิค ให้เล่นฟุตบอลได้ดุดันและน่ากลัวมากกว่าเดิม มันคงจะเป็นความน่าเสียดายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของยูไนเต็ดเลยก็ได้