มาร์โก โรส: 5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับว่าที่กุนซือของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

มาร์โก โรส: 5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับว่าที่กุนซือของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

มันเป็นทางการแล้วว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล มาร์โก โรส จะย้ายออกจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และเป็นผู้จัดการทีมของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

โรส ทำผลงานได้ดีนับตั้งแต่ย้ายจากออสเตรียมาอยู่เยอรมนี เขาช่วยให้ กลัดบัค ก้าวไปอีกระดับด้วยการคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะเข้าร่วมทีม ดอร์ทมุนด์ เพียง 2 ปีหลังจากรับหน้าที่คุมทีมในบุนเดสลีกานัดแรกซึ่งเป็นสัญญาณว่าเขาสามารถไต่เต้าได้เร็วแค่ไหน

มีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาและสำหรับใครที่ยังไม่คุ้นหูกับชายที่ชื่อ มาร์โก โรส เรามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเผื่อให้คุณได้รู้จักเขามากยิ่งขึ้น

 

1. จอมทำลายสถิติในออสเตรีย

1. จอมทำลายสถิติในออสเตรีย

แน่นอนว่าคุณจะไม่ได้รับงาน กลัดบัค ง่าย ๆ หากโปรไฟล์ของคุณไม่ดีพอ ก่อนที่จะมาถึงเยอรมนีในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 โรสถูกยกย่องเป็นโค้ชฝีมือดีของลีกออสเตรียด้วยความสำเร็จ 2 ปีกับ เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก

ซัลซ์บวร์ก ภายใต้การคุมทีมของ โรส เป็นม้ามืดในการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก เมื่อพวกเขากำจัด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กรุยทางสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันในฤดูกาล 2017/18

โรส คุมทีม ซัลซ์บวร์ก 114 นัดและไม่แพ้ใครเลยในบ้านเลย เขาแยกทางกับทีมด้วยการทำคะแนนเฉลี่ย 2.34 คะแนนต่อเกม ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในประวัติศาสตร์ 131 ปีของลีกออสเตรีย บุนเดสลีกา เลยทีเดียว

 

2. เป็นตำนานกลัดบัคแล้ว

2. เป็นตำนานกลัดบัคแล้ว

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ของเขากับกลัดบัค โรสได้ยกระดับทีมอย่างยอดเยี่ยม ในฤดูกาลแรกเขาช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์

จากทีมที่กำลังพัฒนาอยู่นั้น โรส ได้เข้ามาทำให้ กลัดบัค เป็นส่วนผสมที่ลงตัวทำให้พวกเขาโลดแล่นในฤดูกาลนี้ สไตล์การทำฟุตบอลที่สวยงามของเขาทำให้ โรส กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลได้อย่างรวดเร็ว และด้วยการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้บ่งบอกถึงพัฒนาการได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการอยู่ในกลุ่ม กรุ๊ป ออฟ เดธ ที่ประกอบไปด้วย เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

 

3. “แพสชั่น, หิวกระหาย และตื่นตัวตลอดเวลา”

3. _แพสชั่น, หิวกระหาย และตื่นตัวตลอดเวลา_

นั่นคือวิธีที่ โรส อธิบายถึงแท็คติกการทำทีมของเขา เขาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องการเล่นบอลที่ดูตื่นตัวตลอดเวลา วิ่งให้เร็ว เราต้องการแย่งลูกบอลให้ได้ตลอด และมีใช้น้อยจังหวะเพื่อไปสู่ประตู เราไม่ต้องการเล่นบอลยาวและกว้าง แต่ต้องเล่นอย่างรวดเร็ว และมีไดนามิก และกระตือรือร้นที่จะบุกไปข้างหน้า”

เราได้เห็นแล้วว่า กลัดบัค มาพร้อมสไตล์ที่ดุดันด้วยจุดเด่นการเคาน์เตอร์เพรสซิ่ง แต่ยังเล่นเกมรับด้วยรูปทรงที่แตกต่างซึ่งทำให้พวกเขาพังทลายได้ยาก ฟังดูแล้วก็เหมือนกับ ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่น้อยเหมือนกัน

 

4. เคยทำงานกับ เยอร์เก้น คล็อปป์

4. เคยทำงานกับ เยอร์เก้น คล็อปป์

ในตอนแรก เยอร์เก้น คล็อปป์ และ โรส เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ ไมนซ์ 05 ในปี 2000 แต่ในไม่ช้า คล็อปป์ ก็รีไทร์เพื่อเป็นกุนซือของทีมซึ่งเขาช่วยให้พวกเขาเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา โรส ที่เป็นแบ็คซ้ายในตอนนั้นทำงานอย่างหนักเพื่อหวังได้รับความไว้วางใจจาก คล็อปป์ และในที่สุด โรส ลงเล่นไปทั้งสิ้น 156 นัดภายใต้บังเหียนของของนายใหญ่ขาวเยอรมัน

คล็อปป์ เป็นคนแรกที่ทำนายว่า โรส จะไปเป็นโค้ชและเขาบอกกับ German TV ว่า “ผมเชื่อใจ มาร์โก ในทุก ๆ เรื่อง มาร์โก สามารถมีงานอะไรก็ได้และสามารถทำงานอะไรก็ได้เช่นกัน เขาเป็นโค้ชที่ตื่นเต้นที่สุดในตอนนี้ ทุกคนถามถึงคุณ”

 

5. อายุน้อยยังมีเวลาอีกนานเพื่อพัฒนาเป็นกุนซือระดับท็อป

5. อายุน้อยยังมีเวลาอีกนานเพื่อพัฒนาเป็นกุนซือระดับท็อป

โรส เป็นหนึ่งในโค้ชที่มีคาแร็กเตอร์อย่างชัดเจน เส้นทางการคุมทีมของเขาแตกต่างจาก คล็อปป์ ที่โชคดีนอกจาก ไมนซ์ แล้วเขาก็ได้สัมผัสกับงานคุมสโมสรระดับลีกสูงสุดตลอด

โรส เจอกับเส้นทางการคุมทีมที่ยากลำบากกว่าเมื่อเคยคุมทีมสำรองของ ไมนซ์ และ โลโคโมทีฟ ไลป์ซิก ในดิวิชั่น 4 ก่อนที่จะย้ายไปออสเตรียเขารับหน้าที่คุมทีมระดับยู-16 ในฤดูกาล 2013-14 ตลอด 4 ปีในระดับนั้นได้พัฒนาเขาไปสู่การคุมทีมชุดใหญ่ และ 3 ปีต่อมาเขาพร้อมที่จะกุมบังเหียนที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์