9 สิ่งน่ารู้ ของเหล่านักเตะที่โด่งดังทั้งยุคเก่าและปัจจุบัน

อาตูร์ อันตูเนส โกอิมบร้า หรือเรียกว่า ซิโก้

ซิโก้ กับการฝึกฟุตซอลมาตั้งแต่วัยเยาว์

ยอดนักเตะอย่าง “อาตูร์ อันตูเนส โกอิมบร้า” หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในชื่อว่า “ซิโก้” สุดยอดตำนานเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 ของทีมชาติบราซิลและสโมสรฟลาเมงโก้ มีทักษะในการเล่นที่สุดแสนจะเหนือชั้น เขาเลี้ยงบอลติดเท้า จ่ายบอลคิลเลอร์พาสคมกริบ ยิงได้ทั้งสองเท้า และยังมีฟรีคิกที่เฉียบคม ว่าแต่ทักษะการเล่นที่เหนือชั้นของซิโก้นั้น มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร… ? ในวัยเด็กของซิโก้นั้น เจ้าตัวเป็นเด็กที่คลั่งไคล้ฟุตบอลมาก แต่เพราะย่านที่อยู่อาศัยของบ้านซิโก้ ที่อยู่ในควินติโน มันเป็นย่านแออัด และยังค่อนข้างมีพื้นที่แคบ แน่นอนว่าสิ่งที่ซิโกซึมซับก็คือการเลี้ยงบอลจากการเล่น “สตรีทฟุตบอล” และการเล่น “ฟุตซอล” นั่นเอง ซึ่งการเล่นฟุตซอลของเด็กบราซิลในทุกยุคสมัย มันคืออันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว

เพราะการเล่นฟุตบอลโต๊ะเล็กของซิโก้ ทำให้เขามีทักษะในการเลี้ยงบอลติดเท้า ฝ่าพื้นที่แคบๆเข้าไปยิงประตูได้ และยังหัดในการจ่ายบอลสั้นให้ตรงเพื่อน พยายามคอนโทรลบอลด้วยความเร็วเข้าไปยิงประตู แถมบอลฟุตซอลนั้น มีน้ำหนักที่ยิ่งกว่าลูกบอลธรรมดา ทำให้เจ้าตัวได้ฝึกการยิงประตูให้หนักด้วยการยิงลูกฟุตซอลมาก่อนด้วย ไม่เพียงแค่นั้น การเล่นบอลโต๊ะเล็กของซิโก้ในวัยเด็ก เน้นการยิงประตูด้วย “โกล์รูหนู” ที่มีขนาดเล็ก การจะยิงประตูนั้นต้องแม่นและคมจริงๆ แต่ซิโก้ทำได้ เขายิงประตูแบบนั้นในวัยเด็กได้มากมายเลยทีเดียว

โรนัลดินโญ กับการเป็นสิงห์ฟุตซอลในวัยเด็ก

สตาร์อดีตจอมทัพทีมชาติบราซิลรายนี้ มีทักษะการเล่นในสไตล์แซมบ้าอย่างแท้จริง ลีลาการโยกหลอก สับขา จ่ายบอล และใช้ทุกส่วนของร่างกายในการเล่นบอลได้อย่างเหนือชั้น มันทำให้เขากลายเป็นยอดนักเตะระดับโลกที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดในโลกมาแล้ว สำหรับการเล่นในสนามฟุตบอลนั้น ถ้าหากลองสังเกตดีๆนั้น โรนัลดินโญ เหมือนมีการนำเอาเทคนิคในฟุตบอลโต๊ะเล็ก หรือ “ฟุตซอล” มาใช้ด้วย ว่าแต่ทำไม R10 ถึงมีลูกเล่นแบบนั้น มันน่าสนใจมากเลยทีเดียว

ในวัยเด็กของโรนัลดินโญ เขาเคยเป็นนักฟุตซอลดาวรุ่งมาก่อน เขาผ่านการเล่นฟุตบอลโต๊ะเล็กมาแล้วหลายทัวร์นาเมนต์ และด้วยฝีเท้าบอลสเต็ปขั้นเทพยังเคยสร้างตำนานด้วยการยิงคนเดียว 23 ประตูในเกมเดียวมาแล้ว และเกมดังกล่าวนั้นทีมของโรนัลดินโญก็เป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์ 23-0 จนถึงตอนนี้นั้น โรนัลดินโญ ก็ยังมีโผล่ไปเล่นฟุตซอลอยู่บ้างในเกมการกุศล และลีลาการเล่นของโรนัลดินโญก็ยังพลิ้วไหวอยู่เหมือนเดิมไม่ผิดแปลกไปจากสมัยที่เขายังเด็กเลยจริงๆ

บัวเต็ง เป็นหลาน เฮลมุท ราห์น

เยโรม บัวเต็ง เป็นญาติกับ เฮลมุท ราห์น ตำนานกองหน้าอินทรีเหล็ก

ดาวเตะทีมชาติเยอรมันจากบาเยิร์น มิวนิค เป็นกองหลังที่มีดีกรีเป็น “แชมป์โลก 2014” กับทีมชาติเยอรมัน และยังประสบความสำเร็จอย่างสูงเลยทีเดียว แต่มันมีเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากเกี่ยวกับ “ญาติ” ฝั่งแม่ของ บัวเต็ง ที่ซึ่งเป็นถึงอดีตตัวทีมชาติเยอรมันระดับตำนานเช่นกัน บัวเต็งนั้นมีพ่อเป็นชาวกานา แต่มีแม่เป็นชาวเยอรมัน และแม่ของบัวเต็งนั้นถือว่าเป็นญาติทางสายเลือดกับ “เฮลมุท ราห์น” ยอดดาวยิงในตำนานผู้ล่วงลับของทีมชาติเยอรมันชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1954 แถมกองหน้ารายดังกล่าว คือฮีโร่ที่ยิงประตูชัยให้กับเยอรมัน เอาชนะทีมชาติฮังการีจนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จด้วยเช่นกัน ถ้านับดูตามศักดิ์แล้วนั้น ราห์น คือคุณตาของ เยโรม และที่น่าชื่นชมก็คือ ตาหลานคู่นี้คว้าแชมป์โลกเหมือนกันโดยมีเวลาห่างกันอยู่ที่ 60 ปีในการคว้าแชมป์โลก

คริสเตียโน โรนัลโด้ กับการที่โดนเพื่อนล้อตอนเด็กเรื่องสำเนียง

นักเตะระดับท็อปอย่าง โรนัลโด้ ก็เคยมีช่วงเวลาในวัยเด็กที่โดน Bully เช่นกัน โดยเฉพาะกับการที่เขาเติบโตมาจากหมู่เกาะมาไดร่าในประเทศโปรตุเกส ซึ่งมีสำเนียงพื้นเมืองที่จะเหน่อๆ ไม่เหมือนสำเนียงภาคกลางเหมือนคนที่อยู่ในลิสบอน ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส และแน่นอนว่าโรนัลโด้ ตอนสมัยที่มาอยู่ในสถาบันลูกหนังเยาวชนของทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน เขาก็โดน Bully จากเพื่อนในเรื่องสำเนียงบ่อยครั้ง ล้อเลียน แกล้ง อะไรอีกสารพัด แต่ว่าเพชรอยู่ที่ไหนก็คือเพชรวันยังค่ำ เขาอาจจะรู้สึกไม่โอเคกับเพื่อน แต่สิ่งที่โรนัลโด้มีในตัวและเหนือกว่าเพื่อนคือ “ความมุ่งมั่น” และ “ฝีเท้า” เขาเอาชนะเพื่อนร่วมทีมได้เสมอในการฝึกซ้อม และยังเป็นตัวกระชากทางริมเส้นที่เพื่อนไว้วางใจในเรื่องฝีเท้าได้เลย และจนถึงบัดนี้ ไอ้เด็กที่เคยโดนเพื่อนล้อเลียนเรื่องสำเนียง คือนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งแห่งยุคเลยทีเดียว

ฆวน โรมัน เรมิเกล กับบทบาทใหม่ในฐานะหมายเลข 10

ฆวน โรมัน ริเคลเม กับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจนกลายเป็นตำนาน

ตำนานนักเตะรายนี้ก็มีอะไรที่น่าสนใจเช่นกัน ในสมัยที่เป็นดาวรุ่งของสโมสร อาร์เจนติโนส จูเนียร์ ตัวของริเคลเม คือจอมทัพดาวรุ่งที่เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง คอยกำหนดจังหวะของเกม กำหนดทิศทางการเล่น ขึ้นบอลเร็วช้าจะอยู่ที่ริเคลเม การเชื่อมเกมรุก-รับ คือสิ่งที่ริเคลเม ทำมาโดยตลอด โดยที่ยึดเอาไอดอลของเขาอย่าง เฟร์นานโด เรดอนโด้ เป็นแบบอย่าง แต่เมื่อตัวของเขาย้ายมาเล่นให้กับ โบคา จูเนียร์ เขาได้รับการปรับจูนตำแหน่งใหม่ โดยที่เทรนเนอร์นั้นมอบหมายให้เขาใส่เสื้อเบอร์ 10 และดันตัวเองขึ้นสูงกว่าเดิมเพื่อเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหลังกองหน้า เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงจากตัวโฮลดิ้ง กลายมาเป็น “เพลย์เมกเกอร์” มันเลยทำให้ริเคลเม กลายเป็นโคตรลูกหนังอีกรายหนึ่งที่แฟนบอลชื่นชอบอีกด้วย

โดนถามเรื่องฟรีคิกว่าแม่นหรือไม่ เลยยิงโชว์เด็กของ “ซิโก้”

แฟนบอลรุ่นเก่าย่อมต้องเคยเห็นท่วงท่าในการยิงฟรีคิกอันเอกอุของ ซิโก้ ตำนานจอมทัพทีมชาติบราซิลกันมาก่อนอยู่แล้ว เพราะนักเตะรายนี้มีสถิติในเรื่องของการยิงประตูราวๆ 800 กว่าประตูตลอดอาชีพค้าแข้ง และแน่นอนว่ามันมีมากถึง 100 ประตูเลยทีเดียวที่เกิดจาก “ฟรีคิก” มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะซิโก้เป็นนักเตะในช่วงกลางยุค 70 ไปจนถึงช่วงปลายยุค 80 การที่จะมีเด็กรุ่นใหม่ทันเห็นความยิ่งใหญ่ของเขานั้นมันคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน และยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงปี 2006 ที่ซิโก้อำลาการทำทีมชาติญี่ปุ่นและไปคุมทีมเฟเนบาเช่ในตุรกีแล้วนั้น มันก็เป็นช่วงเวลาที่ซิโก้แขวนสตั๊ดไปหลายสิบปีแล้วด้วย (นับจากวันสุดท้ายที่เขาเล่นในเจลีกกับ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ในช่วงราวๆปี 1993)

ในเวลานั้น ผู้รักษาประตูของเฟเนบาเช่ก็คือตัวของ โวลคาน เดมิเรล ที่ได้มีการเอ่ยปากถาม อเล็กซ์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติบราซิลของทีมว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่ซิโก้ เทรนเนอร์ของทีมในสมัยเป็นนักบอลนั้นคือเจ้าพ่อฟรีคิก ? หลังจากที่ซิโก้ทราบความว่า ลูกทีมข้องใจในเรื่องนี้ เขาใช้เวลาวอร์มหัวเข่าประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ได้มีการดวลฟรีคิกกับ เดมิเรลทั้งสิ้น 15 ประตู … และผลที่ตามมาก็คือ เดมิเรล ต้องไปเก็บบอลที่ก้นตาข่ายทั้ง 15 ครั้งนั่นแหละ … เพราะเจ้าตัวไม่สามารถป้องกันฟรีคิกของซิโก้ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว !

เดยัน ซาวิเซวิช มาถึงสนามแข่งขันด้วยเครื่องแบบทหาร

ไม่น่าเชื่อว่าโคตรตำนานจอมทัพทีมชาติเซอร์เบียรายนี้ จะมีอดีตที่น่าสนใจ โดยในสมัยที่ เดยัน ค้าแข้งอยู่ในลีกเซอร์เบีย เขามีวันที่จะต้องเข้าไปเกณฑ์ทหารด้วย แต่ว่าเจ้าตัวก็มีสัญญากับสโมสรเรดสตาร์ เบลเกรด มันเลยทำให้ทางสโมสรเรดสตาร์ ไปขอร้องกับทางกองทัพบก เพื่อขอตัว เดยัน มาลงสนามในวันที่พวกเขาต้องแข่งขันเกมลีกหรือบอลถ้วยนัดสำคัญ และมีวันหนึ่งที่ เรดสตาร์ ต้องลงเล่นกับเอซี มิลาน ในถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ ผลก็คือ เดยัน มาถึงสนามซ้อมในยูนิฟอร์มกองทัพบกของยูโกสลาเวียเดิม และเมื่อได้ลงสนาม เขาสามารถยิงประตูได้ด้วยจนทำให้เอซี มิลาน สนใจในตัวของเขาก่อนจะเอาตัวมาเล่นกับทีมในเวลาต่อมา !

ดาบิด บีญ่า นักเตะถนัด 2 เท้า

ดาบิด บีญ่า … จุดเปลี่ยนเพราะขาหักเลยถนัดสองเท้า

นักเตะอย่าง ดาบิด บีญ่า ที่เป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติสเปน แม้ว่าจะแขวนสตั๊ดไปแล้วนั้น แต่ตัวของเขาก็มีอดีตที่ทำให้เจ้าตัวสามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักเตะที่ใช้สองเท้าได้คมกริบพอกัน … มันเริ่มต้นในสมัยที่เจ้าตัวยังเด็ก และยังหัดฝึกฝีเท้าอยู่นั้น บีญ่า เคยได้รับบาดเจ็บกระดูกขาขวาหัก ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เจ้าตัวเล่นฟุตบอลไม่ได้ไปพักใหญ่ๆ และที่สำคัญคือ บีญ่า เป็นนักเตะที่ถนัดเท้าขวาด้วย เมื่อกระดูกขาข้างถนัดหักแบบนี้ คงเป็นการยากที่เขาจะเรียกจังหวะหรือกล้าที่จะลงน้ำหนักในการเล่นหรือยิงประตูได้เต็มที่ แต่สิ่งที่เจ้าตัวพยายามก็คือ เขาได้รับความช่วยเหลือจากพ่อของเขา ในการหัดให้เตะบอลด้วย “เท้าซ้าย” ที่ไม่ใช่เท้าถนัด จากที่ได้แค่แปบอล ก็เริ่มกลายเป็นซัดเต็มหลังเท้าได้ด้วยเท้าซ้าย และแน่นอนว่าในการฝึกฝนครั้งแล้วครั้งเล่า มันเลยทำให้ บีญ่า กลายเป็นกองหน้าที่มีเท้าสองข้างที่ยิงได้คมกริบพอกันเลยทีเดียว

วัยเด็กที่โชกโชนของ เคร็ก จอห์นสตัน

สำหรับตำนานนักเตะของลิเวอร์พูลรายนี้ เขาเป็นตำนานนักเตะชาวออสเตรเลียที่มีอุปนิสัยที่เป็นมิตร และยังพร้อมเอนเตอร์เทนเพื่อนเสมอ ตัวของ จอห์นสตัน มีชีวิตในวัยเด็กที่น่าจะเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างมากเลยจริงๆ ในวัยเด็กนั้น พ่อแม่ของเขา ยอมที่จะทุ่มเงินเต็มที่ให้เขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากซิดนีย์ มายังประเทศอังกฤษเพื่อฝึกฝนฝีเท้ากับทีม “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบรช์ ที่ในเวลานั้นมีตัวของ แจ๊กกี้ ชาร์ลตัน ตำนานดาวเตะทีมชาติอังกฤษเป็นเทรนเนอร์ แต่ว่าในการทดสอบฝีเท้านั้น สิ่งที่ จอห์นสตัน ทำออกมาก็คือ “ห่วย” จนถึงขั้นที่ว่า ชาร์ลตัน ไล่ตะเพิดเขากลับไปออสเตรเลียเลยทีเดียว สิ่งที่ทำให้ จอห์นสตันเจอจุดเปลี่ยนในชีวิตก็คือ เขาโทรไปบอกพ่อแม่เพื่อบอกผลการทดสอบฝีเท้า แต่ดันบอกพ่อแม่ผ่านทางโทรศัพท์ทางไกลไปว่า “ทดสอบผ่าน” ซึ่งนั่นทำให้พ่อแม่ของเขาดีใจมาก แต่เมื่อวางสาย เขากลับคิดหนักเลยว่าพูดอะไรออกไปแล้ว

จากนั้นมา จอห์นสตัน ก็อาศัยการโชว์ทักษะเตะบอลข้างถนนเป็นรายได้ แล้วก็แอบรับจ๊อบขัดสตั๊ดให้กับนักเตะมิดเดิลสโบรช์เพื่อขอซ้อมกับทีมในเวลาที่ ชาร์ลตัน ไม่อยู่คุมทีม และยังเอาเงินมาปิดปากเจ้าหน้าที่ดูแลสถานที่จอดรถนักเตะของสโมสร “สิงห์แดง” เพื่อให้เขามีพื้นที่ในการแอบหลบตัวของชาร์ลตันอีกด้วย นอกจากนี้ เขายังเอาเวลาว่างๆ มาฝึกซ้อมเลี้ยงบอลบนเส้นทางรถรางในเมือง สลับไปมาทั้งสองเท้า หัดฝึกเบสิกลูกหนังทุกอย่าง จนกระทั่งถึงวันที่เขาขอทดสอบฝีเท้าอีกครั้ง แล้วก็สำเร็จ หนนี้เขาได้กลายเป็นนักเตะของมิดเดิลสโบรช์ในที่สุด